
ค่ายมือถือแข่งดุได้ไม่คุ้มเสีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ภาคการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเอเชียมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยผู้ให้บริการแทบทุกรายพยายามแข่งขันกันให้การบริการที่แตกต่างและดึงดูดลูกค้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความสูญเสียให้กับคู่แข่ง
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ภาคการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเอเชียมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยผู้ให้บริการแทบทุกรายพยายามแข่งขันกันให้การบริการที่แตกต่างและดึงดูดลูกค้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความสูญเสียให้กับคู่แข่ง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ภาคการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทย ที่ล่าสุดมีการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ กว่า 198 รอบ และผู้ชนะการประมูล คือ แจส โมบาย บรอดแบนด์ บริษัทในเครือจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่หันมาจับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยจัสมินชนะการประมูลคลื่นไปในมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท
หลังเสร็จสิ้นการประมูล หุ้นของจัสมินตกลงไป 35% เนื่องจากความกังวลว่าการประมูลของจัสมินจะเป็นการจ่ายเงินมากเกินกว่าเหตุ อาจได้ไม่คุ้มเสีย เปรียบเหมือนชัยชนะที่สร้างความเสียหายอย่างมากในกับจัสมิน
ขณะเดียวกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์อีกราย ที่ประมูลคลื่นไปในมูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาทนั้น บลูมเบิร์ก ระบุว่า อาจสร้างสร้างผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้นเพียงน้อยนิดเท่านั้น
อาจสรุปได้ว่าผลลัพธ์ที่จัสมินและทรูจะได้รับหลังเป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นโทรศัพท์ในครั้งนี้ ดูจะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปอย่างมหาศาล อาจเรียกได้ว่าเป็น “อาถรรพ์ของผู้ชนะ” เลยก็ว่าได้
นอกจากผู้ชนะที่ดูท่าจะเสียมากกว่าได้แล้ว ในส่วนของผู้แพ้อย่าง แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค สองค่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ในไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยหุ้นของเอไอเอสตกลงไปมากกว่า 21% ท่ามกลางความคาดหวังว่าเอไอเอสจะพัฒนาเครือข่ายให้ดีขึ้น และกระตุ้นให้ลูกค้า 2จี ย้ายเข้าสู่ระบบ 3จี โดยเร็ว เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
ขณะที่ดีแทคที่ดำเนินธุรกิจโดยได้รับสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จาก
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2018 อาจส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจลดลง
จะเห็นได้ว่าภาคการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือนความหวังสำหรับเอเชีย เนื่องจากมีกระทบผลต่อธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและธุรกิจออนไลน์อื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นภาคการบริการที่มีความเปราะบางเช่นกัน เพียงแค่ค่ายโทรศัพท์น้องใหม่เข้ามาแข่งขันด้วยก็สะเทือนไปทั้งวงการแล้ว เห็นได้จากค่ายจัสมินที่เข้ามาทำให้ภาคดังกล่าวเสียความสมดุลเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี สาเหตุหลักที่ผู้ให้บริการต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด คือต้องการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนโทรศัพท์ ส่งผลให้ผู้ให้บริการบางรายเสนอราคาที่สูงเกินไปในการประมูล และอาจนำมาซึ่งการสูญเสียผลกำไรที่ควรจะได้ ขณะเดียวกันค่ายโทรศัพท์ที่ปล่อยให้คู่แข่งชนะการประมูล ก็ต้องเตรียมใจพร้อมรับกับส่วนแบ่งการตลาดที่จะลดลง และหากผู้ให้บริการต้องการรักษาตำแหน่งเดิมของตัวเองไว้ อาจต้องเผาเงินไปกับการพัฒนาเครือข่ายและรักษาฐานลูกค้าเดิม







