
ผลประโยชน์ของชาติมาก่อน
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
นักการต่างประเทศย่อมรู้ดีว่าผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อใดก็ตามที่ผลประโยชน์สองประเทศสอดคล้องกันความสัมพันธ์ก็ดี แม้ผลประโยชน์ของชาติขัดกันบ้างแต่สามารถตกลงกันได้ ความสัมพันธ์ก็ยังดี แต่เมื่อใดก็ตามที่ผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติขัดแย้งกันและไม่สามารถประนีประนอมกันได้โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตยของชาติ ความมั่นคงของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดนที่ไม่มีประเทศไหนจะยอมเสียดินแดนของตนให้กับประเทศอื่น การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่อีกประเทศพยายามแทรกแซงกิจการภายในและหาทางเปลี่ยนระบอบการปกครองของอีกประเทศ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศย่อมไม่ดี บางทีเลวร้ายถึงขั้นการใช้กำลังระหว่างกันก็มีให้เห็นบ่อยๆ
ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยโอบกอดกับ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์และเป็นการเปิดสู่อีกหน้าหนึ่งของประวัติความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่ขึ้นๆ ลงๆ มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นภาพความสัมพันธ์อันดียิ่งของฮุนเซนกับผู้นำไทยในตระกูลชินวัตร ตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย จนถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว มีช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างปี 2552-2554 ที่ถูกคั่นโดยความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตกต่ำสุดเมื่อฮุนเซนหนุนนักการเมืองตระกูลชินวัตรซึ่งขณะนั้นเป็นฝ่ายค้านในไทยล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างเปิดเผย แม้จะถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย แต่ฮุนเซนก็ไม่สนใจ
วันนี้เราก้าวข้ามภาพช่วงหนึ่งในหนังสือประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาไปแล้ว เรากำลังเปิดอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์สองประเทศ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักดีว่ากัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนทางบกติดต่อกันร่วม 800 กม. และมีน่านน้ำติดต่อกันในอ่าวไทย ประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนติดต่อกันเช่นนี้ย่อมมีการกระทบกระทั่งกันเปรียบเสมือนลิ้นกับฟัน ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ แต่สองประเทศก็ยกประเทศหนีจากกันไม่พ้น นอกจากเป็นเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนติดต่อกัน เรายังเป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียนที่กำลังเป็นหนึ่งเดียวกันในปี 2559 นี้ ผู้นำไทยก้าวข้ามกับดักความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันไว้ข้างหลัง แต่มองไปในอนาคตที่ว่าสองประเทศจะอยู่กันอย่างสันติบนผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างไร
ไทยและกัมพูชามีผลประโยชน์ร่วมทั้งบนบกและในอ่าวไทย อะไรที่ยังเป็นปัญหาขัดแย้งกัน ตกลงกันยังไม่ได้ ให้เก็บไว้ก่อน มาคุยกันเฉพาะที่พอจะตกลงกันได้ โดยเฉพาะเรื่องการค้าชายแดนที่ไทยได้เปรียบการค้ามาโดยตลอด และมีโอกาสขยายตัวอย่างมากใน 5 ปีข้างหน้า แรงงานกัมพูชานับแสนคนที่เข้ามาทำงานในไทยทดแทนแรงงานไร้ฝีมือในไทยที่ขาดแคลน ฯลฯ นอกจากนี้ สองประเทศยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกัน ทั้งธุรกิจสีดำและเทา ปัญหายาเสพติด การลักลอบตัดไม้พะยูง อาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบต่างๆ รวมทั้งปัญหาผู้ก่อการร้ายอย่างน้อยก็มี 2 กรณี เช่น ฮัมบาลีและอุยกูร์ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านชายแดนกัมพูชา
ในขณะที่ฮุนเซนซึ่งครองอำนาจเด็ดขาดในกัมพูชามาถึง 34 ปีเต็ม ระยะหลังเจอแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยสมรังสี ที่ได้ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายชนิดหายใจรดต้นคอฮุนเซน พรรคฝ่ายค้านยังเชื่อจนถึงขณะนี้ว่าหากไม่โดนฮุนเซนโกง ตนเองมีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งด้วยซ้ำ ทั้งที่ฮุนเซนไม่เคยยอมแพ้พรรคฝ่ายค้าน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฮุนเซนยอมประนีประนอมกับพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยสมรังสี แต่ก็ใช้กฎหมายคอยเล่นงานผู้นำฝ่ายค้านตลอดมา มีข่าวว่า ระยะหลังฮุนเซนซึ่งเป็น “เด็กในคาถา” ของเวียดนาม โดยเวียดนามสนับสนุนให้ขึ้นสู่อำนาจไปใกล้ชิดกับจีนซึ่งมีปัญหาอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้กับเวียดนาม ทำให้เวียดนามไม่ค่อยพอใจฮุนเซนนัก เช่นเดียวกับสหรัฐที่ไม่พอใจที่ฮุนเซนเกรงใจจีนมากเกินไป นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ฮุนเซนหันมาใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยปัจจุบันนอกเหนือจากที่ไม่กล้าบ้าบิ่นกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะรู้ฝีมือดีว่าไม่ควรตอแยกับผู้นำทหารไทย
สำหรับผู้เขียนนั้น เมื่อพูดหรือเขียนถึงฮุนเซน ภาพในอดีตมักจะหลอกหลอนเสมอเมื่อครั้งฮุนเซนสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธไทยในการก่อการจลาจลและก่อการร้ายเมื่อปี 2553 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ จนอาจกล่าวได้ว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างชัดเจน ฮุนเซนยอมให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไทยใช้ดินแดนกัมพูชาเป็นแหล่งฝึกอาวุธ โดยมีทหารกัมพูชาฝึกอาวุธให้ รวมทั้งการสนับสนุนอาวุธและส่งทหารกัมพูชาที่พูดไทยได้มาร่วมต่อต้านการปราบปรามของกองทัพไทย ให้การดูแลแกนนำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของไทย จนสามารถกดดันให้อภิสิทธิ์ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เปิดโอกาสให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นหุ่นเชิดของทักษิณขึ้นครองอำนาจแทน แม้ไม่พอใจนักที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกยึดอำนาจโดยทหาร แต่ความช่ำชองเชี่ยวชาญทางการเมือง
ฮุนเซนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
คนกัมพูชารู้ดีว่า รัฐบาลฮุนเซนเป็นเผด็จการประชาธิปไตยตัวแม่ ฮุนเซนและครอบครัวยึดครองกิจการและผลประโยชน์ของประเทศไปเป็นของครอบครัวตนเอง แต่นั่นเป็นกิจการภายในของกัมพูชาที่คนกัมพูชาต้องจัดการกันเอง แม้วันนี้เราจะเปิดหน้าใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ แต่ไทยต้องใช้อดีตเป็นบทเรียนสำหรับปัจจุบันและอนาคตเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ผู้ใหญ่มักสอนเสมอว่า “เจ็บแล้วต้องจำ” และ “ระวังโดนแทงข้างหลัง”







