
"อุเทน"ติงรัฐแถลงผลงานแค่จัดอีเว้นท์ชวนเชื่อ
"อุเทน"หัวหน้าพรรคคนไทยอัดรัฐบาลคสช.แถลงผลงานแค่อีเว้นท์โฆษณาชวนเชื่อชี้ยังหลงทางแก้ปัญหาชาติ
"อุเทน"หัวหน้าพรรคคนไทยอัดรัฐบาลคสช.แถลงผลงานแค่อีเว้นท์โฆษณาชวนเชื่อชี้ยังหลงทางแก้ปัญหาชาติ
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการแถลงผลงานในรอบ 1 ปีของรัฐบาลว่า เท่าที่ได้ติดตามการแถลงผลงานของรัฐบาลเห็นว่า เป็นความพยายามในการโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน งานหลายด้านไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่มองไม่เห็นทาง ว่าจะแก้ไขปัญหาได้ในทุกระดับ เพราะเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนัก จึงไม่ควรวาดภาพว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือฟื้นตัวแล้ว ควรยอมรับความจริง แล้วใช้นโยบายลดรายจ่าย มากกว่าพยายามเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ควรพิจารณาความคุ้มค่าให้ครบทุกมิติ เช่นโครงการรถไฟไทย-จีน ที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นจากในอดีต แต่กลับได้คุณภาพของรถไฟที่ลดลง จนเกิดคำถามขึ้นในตอนนี้ หรือในด้านสังคม โดยเฉพาะการศึกษา ที่ขณะนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ควรไปสอบถามครูผู้สอนว่า สร้างปัญหาให้มากกว่าการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการได้ให้แนวทางไว้หรือไม่
นายอุเทน กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังมีความเชื่อมั่นในความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ แต่วันนี้ท่านต้องบริหาร หรือปฏิรูปประเทศ ด้วยหัวใจที่เต็มร้อย โดยใช้ความกล้าและอำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่ด้วยการใช้กำลังที่มีเท่านั้น และถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงตนเพื่อเป็นผู้ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ บนเส้นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ควรสิ้นเปลืองเวลา มากล่าวโทษโน่นโทษนี่ โทษคนนั้นคนนี้ หรือโทษบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างที่เป็นอยู่ เพราะในขณะที่รัฐบาลบอกว่า พร้อมที่จะเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย แต่เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับรัฐบาล ก็ถูกกล่าวหาว่า ไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่รักชาติบ้าง ซึ่งขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
“อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานด้วยหัวใจที่เต็มร้อย ใช้ความกล้าและอำนาจที่มีอยู่ด้วยใจอันสุจริต ก็จะนำความสุขกลับคืนมาให้ประชาชนตามที่ท่านเคยประกาศไว้ในช่วงรัฐประหาร แบบนี้ถึงจะเป็นการสร้างชาติให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายอุเทน กล่าว
นายอุเทน กล่าวด้วยว่า สาเหตุหลักข้อหนึ่งที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจการปกครองเมื่อ 22 พ.ค.57 ก็คือ เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ แต่ตลอดระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา กระบวนการสร้างความปรองดองยังไม่มีความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งที่เป็นภารกิจหลักของ คสช. จึงอยากฝากไปถึงหัวหน้า คสช.ว่า ท่านต้องเร่งสร้างความสามัคคีปรองดองโดยเร็ว ซึ่งความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ สังคมต้องมีความยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายต้องเด็ดขาด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่ให้เกิดวาทกรรมสองมาตรฐานอีกต่อไป เมื่อคนในชาติสมัครสมานท์สามัคคีเมื่อใด จึงจะนับได้ว่าเป็นความสำเร็จของ คสช.
“อย่ากลัวว่า เมื่อคนในชาติสามัคคีกันแล้ว คสช.จะอยู่ต่อไม่ได้ เพราะหากมีความสามัคคีปรองดองกันได้ ก็จะถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล และ คสช.มากกว่า ถึงเวลานั้นอาจจะมีฉันทามติให้ คสช.อยู่ต่อ หรือให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไปก็เป็นได้ ไม่เหมือนตอนนี้ที่การแก้ปัญหายังไม่ถึงไหน แต่กลับมีผลโพล 99.5% พอใจผลงานรัฐบาล” หัวหน้าพรรคคนไทย ระบุ
นายอุเทน กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ เชื่อว่าของขวัญปีใหม่ที่คนไทยอยากได้ นอกเหนือจากเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง หรือการสร้างความสามัคคีปรองดองในชาติแล้ว ยังอยากเห็น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ อย่างที่บอกรัฐบาล คสช.มีทั้งกำลัง อำนาจ และกฎหมาย อยู่ในมือ หากกล้าจริง การกำจัดคอร์รัปชั่นก็ทำได้ทันที เริ่มจากการปรับแก้ไขกฎหมาย "ให้เปลี่ยนสีธนบัตรทุกชนิดแต่ยังคงมูลค่าเดิมไว้" จากนั้น ให้นำธนบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนภายในเวลา ตามจำนวนที่กำหนด หากมีผู้ใดนำมาแลกเกินมูลค่าที่กำหนดไว้ ต้องมีหลักฐานแสดงที่มาและหลักฐานการเสียภาษีของเงินนั้นๆ ด้วย หากแสดงที่มาที่ไปไม่ได้ก็ต้องยึดเงินส่วนนั้นคืนรัฐ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการตรวจสอบว่าใครร่ำรวยผิดปกติได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งเงินสีเทานอกระบบก็จะถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบ เป็นจำนวนมหาศาล นำกลับมาเป็นงบประมาณสำหรับพัฒนาประเทศ
“การแก้ไขกฎหมายเงินตราจะเป็นเครื่องมือสำคัญของการปราบปรามการทุจริตและการหนีภาษีทั้งปวง ก็ขึ้นอยู่ว่า นายกฯ ประยุทธ์ และ คสช.กล้าหรือไม่ที่จะทำเรื่องนี้ ในขณะที่ตัวเองมีทั้งกำลัง อำนาจ และกฎหมาย อย่างเบ็ดเสร็จ ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชาติอย่างถาวร เพื่อความมั่นคงของชาติ ของลูกหลานเรา เชื่อว่าทุกอย่างสามารถทำได้สำเร็จภายใต้รัฐบาลนี้ แต่หากทำไม่ได้ทั้งทีมีอำนาจขนาดนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกปรามาสว่า เสียของ” นายอุเทน ระบุ.







