
คนไทยยังติดหนี้นอกระบบอื้อ ยธ.เผยบางรายกู้แสนเดียวใช้หนี้3แสน
ศูนย์ลูกหนี้ยธ.เผยหนี้นอกระบบยังพุ่ง เตือนหนี้เช่าซื้อ-ขายฝากระบาดหนัก พบเจ้าหนี้รายเดียวมีลูกหนี้กว่า400ราย กู้แสนเดียวต้องใช้หนี้สามแสน
ศูนย์ลูกหนี้ยธ.เผยหนี้นอกระบบยังพุ่ง เตือนหนี้เช่าซื้อ-ขายฝากระบาดหนัก พบเจ้าหนี้รายเดียวมีลูกหนี้กว่า400ราย กู้แสนเดียวต้องใช้หนี้สามแสน
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ เลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาหนี้นอกระบบขณะนี้ว่ามีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สังเกตุได้จากเรื่องร้องเรียนที่มีเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยละปีมีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 200 เรื่อง เป็นลูกหนี้กว่า 500 คน คิดเป็นมูลหนี้กว่า 1,000 ล้านบาท กระจายในพื้นที่ 40 จังหวัด บางจังหวัดพบว่ามีเจ้าหนี้รายเดียว มีลูกหนี้มากกว่า 50 คน เช่น ที่จ.ชัยภูมิ พบนายหน้าที่เป็นครูมีลูกหนี้มากถึง 475 ราย บางรายกู้เงินจริงแค่ 100,000 บาท แต่ต้องใช้หนี้มากถึง 300,000 บาท กลุ่มลูกหนี้ในเมืองส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแม่ค้า และพนักงานเงินเดือน ส่วนลูกหนี้ต่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร โดยเฉลี่ยลูกหนี้ที่เข้าร้องเรียนจะมีมูลหนี้ตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไป
"พฤติการณ์หนี้นอกระบบที่พบแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน เช่น ภาคเหนือ ปัญหาหนี้นอกระบบเกิดจากการการหลอกให้เช่าซื้ออุปกรณ์การเกษตร อาทิ รถไถ รถปิคอัพไว้ขนส่งสินค้า และอุปกรณ์การเกษตร ภาคกลาง เป็นแก๊งหมวกกันน๊อค ที่ปล่อยเงินกู้ในพื้นที่และดอกเบี้ยรายวันสูงถึงร้อยละ 2 ต่อวัน หรือเสียดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน ส่วนภาคใต้มีลักษณะเป็นการเช่าซื้อรถยนต์ และให้คนรู้จักเป็นผู้ค้ำประกัน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทั้งการกู้ยืมจากแก๊งหมวกกันน๊อคและการเช่าซื้ออุปกรณ์การเกษตร และการขายฝาก"เลขาฯศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้กล่าว
พ.ต.ท.วิชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้การหลอกให้กู้ยืมด้วยการเช่าซื้อแพร่ระบาดอย่างหนัก เช่นพื้นที่ภาคกลาง จ.สิงห์บุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออกเฉียง จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น โดยพบว่ามีการใช้อินเตอร์เน็ตในการโฆษณาปล่อยกู้ และจะให้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรืออุปกรณ์ พร้อมให้เงินมาก้อนหนึ่ง จากนั้นลูกหนี้จะต้องผ่อนชำระสินค้า หากไม่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ก็จะยึดอุปกรณ์ที่เช่าซื้อไปขายต่อ ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายฉ้อโกงร่วมทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ มีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะกระทบไปถึงผู้ค้ำประกันที่จะต้องเดือดร้อนไปด้วย
สำหรับแก๊งหมวกกันน๊อคจากการตรวจสอบจากลูกหนี้ที่มาร้องเรียนพบว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันที่มีการขยายสาขาไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในส่วนของผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ หรือกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีลูกหนี้จำนวนมาก ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯได้ประสานข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ ) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนางผาณิต เกิดโชคชัย ที่ปรึกษามูลนิธิยุวสถิรคุณ อดีตผอ.ฝ่ายศูนย์การเรียนรู้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวว่า สถิติยอดหนี้สินของประชาชนในปี 2553 เมื่อเปรียบเทียบกับ จีดีพี มีสัดส่วนมากถึง 63% และในปี 2557 มีเพิ่มขึ้นเป็น 85.9 % และล่าสุดช่วงปลายปี 2558 มียอดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 90% ถือว่าอัตราการเป็นหนี้สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของจีดีพี ในจำนวนนี้แยกเป็นหนี้ดี เช่น การกู้ซื้อบ้าน ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ประมาณ 6.5% ในส่วนนี้ถือเป็นการกู้ที่ดีเพราะเป็นการกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีดีซี) พบว่าปัญหาการเป็นหนี้เกิดจาก 3 สาเหตุหลักคือ ขาดความรู้เรื่องบริหารจัดการเงิน เข้าถึงบริการทางการเงินง่ายเกินไป โดยเฉพาะข้าราชการครูซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และการขาดหน่วยงานคุ้มครองบริการทางการเงิน ซึ่งขณะธปท. มองว่าจำเป็นต้องให้ความรู้กับประชาชนให้รู้เท่าทันการบริการจัดการเงิน โดยกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มคนเมือง คนชนบท คนมีรายได้ประจำ และคนที่ไม่มีรายได้ประจำ







