
ตีปี๊บผลงาน ฟื้นเชื่อมั่น คสช.
ดีเดย์วันนี้กับการแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แบ่งเป็น 6 กลุ่มงาน เชื่อมโยงถึงการดำเนินงานของแม่น้ำ 5 สาย
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ดีเดย์วันนี้กับการแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แบ่งเป็น 6 กลุ่มงาน เชื่อมโยงถึงการดำเนินงานของแม่น้ำ 5 สาย ตามแนวการดำเนินงานในกรอบของนโยบายเร่งด่วน ต่อด้วยกลุ่มปัญหาที่มีความสำคัญ และแนวทางปฏิรูป ที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ
โดยเป็นการปรับแผนจากเดิมที่วางกำหนดการแถลงผลงานไว้ 3 วัน คือ วันที่ 23-25 ธ.ค. แต่เพื่อความกระชับจึงปรับลดให้เหลือวันแถลงเพียงวันเดี่ยวก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาแถลงสรุปอีกรอบในวันที่ 25 ธ.ค. พร้อมกับเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับสื่อมวลชน
เรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่ส่งท้ายปี ถึงขั้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกปากให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะต้องการสร้างความเข้าใจและทำให้ประชาชนสามารถเชื่อมโยงความเป็นมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 มาเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมาเป็นรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2 คณะ และจะทำอะไรต่อไป
“ตรงนี้เป็นการปฏิรูประยะที่หนึ่ง ซึ่งจะต้องเกิดความชัดเจน ถ้าทุกคนสงสัยในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ โครงการน้ำ โครงการรถไฟ ว่าทำไมตัวเลขต่างกัน ให้ถามรองนายกฯ หรือกระทรวงที่แถลงได้ในวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งตัวเลขมันต่างตรงที่เราเขียนแผนงานไว้ระยะยาว และคิดงบประมาณไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ได้กู้เงินมาทั้งหมด ทำได้แค่ไหนทำแค่นั้น นั่นแหละคือความแตกต่าง”
ทั้งหมดจะเป็นร่างแผนอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า รวมทั้งเฉพาะหน้ากับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจะทำใน 1 ปี 6 เดือน จนถึง ก.ค. 2560 ต่อไปจะมียุทธศาสตร์ห้วงละ 5 ปี ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 แผน ซึ่งจะจบในปี 2579 ซึ่งในปี 2579 จะใส่แผนพัฒนาน้ำ แผนพัฒนารถไฟ ในส่วนของการปฏิรูปให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ แต่ถ้าไม่ทำก็เรื่องของรัฐบาลหน้า
ความสำคัญของการออกมาตีปี๊บนำเสนอผลงานในช่วงนี้ อยู่ตรงที่นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นด้วยผลงานที่ผ่านมา แผนงานในอนาคตที่จับต้องได้แล้ว อีกด้านหนึ่งยังเป็นการกลบกระแสที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล คสช. ส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงไป
ต้องยอมรับว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล คสช.ลดน้อยถอยลงมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่รัฐประหาร ผ่านมาปีกว่าเสถียรภาพ คสช.สั่นคลอนอย่างหนัก ทั้งจากการบริหารงานที่ยังไม่เข้าตา และปัญหาซ้ำเติมที่มีเข้ามาต่อเนื่อง ที่ทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไป
โดยเฉพาะล่าสุดเรื่องเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่รอผลสอบอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมที่ใกล้จะออกมาเร็วๆ นี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ฝั่งตรงข้าม คสช.ใช้จังหวะนี้ออกมารุมขย่มอย่างหนัก
ยังไม่รวมกับจุดอ่อนเรื่องการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลที่ยังไม่เข้าเป้า ทั้งที่มีช่องทางการสื่อสารมากกว่ารัฐบาลปกติ การนำผลงานอย่างเป็นระบบจึงสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ไม่มากก็น้อย
โดยเฉพาะกับเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาหนักอก จนพรรคเพื่อไทยใช้จังหวะนี้ออกมาถล่มรัฐบาลผ่านแถลงการณ์ประมวลสถานการณ์ประเทศไทยปี 2558 ที่พุ่งเป้าไปที่เรื่องเศรษฐกิจ ไม่อาจกระเตื้องในเร็ววัน แต่รัฐบาลไม่เข้าใจปัญหาหรือขาดศักยภาพในการแก้ไขปัญหา
นอกเหนือไปจากการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น รัฐบาลมุ่งชี้เป้ามาที่ฝ่ายการเมืองว่าเป็นต้นตอของปัญหา แต่กลับละเว้นที่จะไม่กล่าวถึงฝ่ายอื่นๆ รัฐบาลต้องตอบปัญหาต่อสังคมให้ชัดเจนว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะปฏิบัติตามนโยบายนี้เพียงใด
รวมถึงการปฏิรูปในด้านต่างๆ ยังเลื่อนลอย การสร้างความปรองดองขาดรูปธรรม รวมถึงปัญหาสังคมยังหมักหมม รอการคลี่คลาย ภายหลังการรัฐประหาร ยากที่จะคาดหวังความสำเร็จในการปฏิรูปในระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามโรดแมปของ คสช.
ไม่ต่างจากผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อรัฐบาล ซึ่งทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่คะแนนผลงานเศรษฐกิจยังอยู่ที่ประมาณ 40%
แม้จะมีนโยบายของรัฐบาลที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด ทั้ง 1.การควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล 2.การจัดสวัสดิการเพื่อประชาชน 3.การปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 4.การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และ 5.การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
แต่ทั้งหมดยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง และ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณว่ากำลังแก้ไข ทั้งเศรษฐกิจมหภาคและเศรษฐกิจข้ามชาติ การลงทุนต่างๆ รองรับไปกับเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมการันตีว่าแก้เท่าที่ทำได้เต็มที่แล้ว และในปีหน้าจะดีขึ้นเอง
สอดรับไปกับการใช้จังหวะนี้ลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งโครงการเมืองยางพารา หรือรับเบอร์ ซิตี้ และความคืบหน้าการเปิดด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย
ทั้งหมดเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาล คสช.ต้องเร่งแก้ไขและทำผลงานออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ทุกอย่างกระทบต่อไปถึงเส้นทางโรดแมปที่เหลืออยู่อีก 1 ปี 6 เดือน







