
กทม.เอาจริงจัดระเบียบคลองทิ้งขยะถูกถ่ายภาพโดนจับแน่
สำนักเทศกิจจึงเตรียมมาตรการใหม่ด้วยการขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันถ่ายภาพผู้กระทำผิดที่กำลังทิ้งขยะลงคลอง
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
จำนวนขยะที่ถูกทิ้งลงในคลองทั้งขนาดเล็กเท่าถุงพลาสติก ไปจนถึงขนาดใหญ่อย่างโซฟาเก่าชำรุดไม่ใช้แล้ว สิ่งของเหล่านี้มีผู้นำมาทิ้งลงสู่คลองเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) บ่อเกิดของปัญหาที่ตามมาอีกมากจนยากจะแก้ไข
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางสำนักเทศกิจจึงเตรียมมาตรการใหม่ด้วยการขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันถ่ายภาพผู้กระทำผิดที่กำลังทิ้งขยะลงคลอง นำมาแจ้งต่อเทศกิจเพื่อดำเนินการจับปรับดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ เล่าว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการปรับปรุงลำคลองในกรุงเทพฯ ให้มีความสวยงาม สามารถเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทุกแห่งได้ ทาง กทม.จึงมีแนวทางในการแก้ปัญหา หย่อนใจของประชาชนทุกแห่งได้ ทาง กทม.จึงมีแนวทางในการแก้ปัญหา เศษขยะอุดตัน ซึ่งเป็นบ่อเกิดของปัญหาน้ำเน่าเสียสิ่งปฏิกูล
ที่ผ่านมาสำนักเทศกิจดำเนินการจับปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมืองมาโดยตลอด แต่จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการดูแลลำคลองในกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 1,000 คลองได้
"ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่หรือประชาชนพบเห็นการกระทำผิดทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลลงสู่คลอง สามารถถ่ายภาพยืนยันการ กระทำผิดแจ้งมายังสำนักเทศกิจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที" ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. ย้ำชัด
สำหรับความผิดในการทิ้งขยะ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 โดยความผิดในการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในสถานที่สาธารณะนอกภาชนะ หรือที่ราชการส่วนท้องถิ่นจัดไว้ มาตรา 31 (2) โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการเทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูลมูลฝอยโสโครก หรือสิ่งอื่นใดลงบนถนนหรือในทางน้ำ มาตรา 33 โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1 หมื่นบาท และการกระทำผิดด้วยการขีด เขียน พ่นสี ที่ต้นไม้หรือส่วนใดของอาคารที่อยู่ติดกับถนน ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท
สอดคล้องกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ที่เร่งสร้างเครือข่ายประชาชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสีเขียว พร้อมทั้งลดปริมาณขยะให้น้อยลง โดยเริ่มต้นจากชุมชนผ่านโครงการ "กรุงเทพฯ น่าอยู่และยั่งยืน" ตั้งเป้าสร้างเยาวชนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายจำนวน 3 หมื่นคน
สุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม บอกว่า ปัญหาขยะมูลฝอยได้สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง และมีขยะมูลฝอยได้สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามจำนวนประชากรในแต่ละปี ซึ่ง กทม.กำหนดแผนพัฒนาเมืองหลวง 20 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2575 คือการบริหารจัดการมูลฝอยและของเสียอันตรายด้วยแนวคิดขยะเหลือศูนย์ โดยการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนในปี 2575 มีเป้าหมายที่สำคัญคือ ลดปริมาณขยะให้ได้ 20% เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีขยะเฉลี่ย 9,900 ตัน/วัน
สุวรรณา กล่าวอีกว่า จากการฝึกอบรมที่ผ่านมาทำให้มีจิตอาสาเข้าร่วมแล้วจำนวนกว่า 700 คน แบ่งเป็นเยาวชนจากสถาบันการศึกษา 37 แห่ง และ เครือข่ายประชาชนจาก 11 เชต โดยในวันที่ 24 ม.ค. 2559 จะมีการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าหา ผู้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ได้ 3 หมื่นคน เดินหน้าปรับปรุงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่และยั่งยืนอย่างแท้จริง
ทูน หิรัญทรัพย์ ผู้อำนวยการเครือข่ายสื่อเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรณรงค์ให้เยาวชนเข้ามาร่วมโครงการ "กรุงเทพฯ น่าอยู่และยั่งยืน" มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่มาจากหลากหลายสถาบันการศึกษา ทั้งเยาวชนไทยและเยาวชนนานาชาติ ให้มีความกล้าแสดงความคิดเห็นถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตัวเอง เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวธรรมชาติในแหล่งที่อยู่อาศัย มีความสะอาดและปลอดภัย
สำหรับการทำงานจะผ่านระบบสื่อสารรณรงค์ไปสู่ประชาชนเครือข่าย อื่นๆ ทุกช่องทาง อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุโทรทัศน์ รวมสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเยาวชนจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา แต่ถ้าหากเยาวชน 1 คน สามารถหาเพื่อนร่วมทำกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีก 7 คน ในจำนวนนี้จะพยายามชักจูงเพื่อนร่วมรณรงค์แก้ปัญหามลพิษในเมืองหลวงต่อไปได้อีกเป็นจำนวนมากขึ้น
"ในอนาคตกรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางที่เด็กและเยาวชนจากทั่วโลกจะเดินทางมาศึกษาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นถึงปมปัญหาในแต่ละพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้คนอื่นๆ ได้ช่วยกันคิดแก้ไข แล้วเมื่อได้รับการอบรมด้วยองค์ความรู้ที่สนุกสนานกลับไป เยาวชนเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังครั้งยิ่งใหญ่ อยากให้ทุกคนมองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้มีอำนาจหน้าที่ในบ้านเมืองเพียงอย่างเดียว" ทูน ระบุ







