
กรธ.เผยผลโพลหนุนนายกฯไม่เป็นสส.
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน สนับสนุนนายกฯไม่เป็นสส. เชียร์เลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน สนับสนุนนายกฯไม่เป็นสส. เชียร์เลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ สว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มทางสังคม 20 กลุ่ม อาทิ กลุ่มแรงงาน กลุ่มสิทธิเด็ก กลุ่มสตรี เป็นต้น โดยให้เปิดสมัครในนามองค์กรนิติบุคคลรองรับเพื่อเสนอชื่อเข้ารับการเลือกตั้ง หรือเสนอชื่อโดยไม่มีองค์กรรองรับ แต่จะต้องมีเพื่อนร่วมเครือข่ายไม่น้อยกว่า 3 คนรับรอง ส่วนการเลือกตั้งทางอ้อมให้เลือกตั้งไขว้กันในระดับอำเภอ ระดับจังหวัดให้ได้กลุ่มละ 99 คนรวม 1,980 คน เพื่อส่งมาเข้าส่วนกลางเลือกตั้งไขว้กันเองให้เหลือจำนวน 200 คน โดยมีสัดส่วนกลุ่มอาชีพละ 10 คน ซึ่งรูปแบบนี้จะคล้ายกับโมเดลสภาสนามม้าในอดีต โดยรายละเอียดการเลือกตั้งจะกำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรองต่อไป
นายชาติชาย กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ กรธ.ไม่กำหนดให้ สว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะบทบาทหน้าที่ของสว.ที่กรธ.กำหนดจะต่างจากสส. และต้องสว.ที่มีความหลากหลาย เพื่อให้เป็นองค์กรที่หาทางออกให้เกิดความประนีประนอมถ้อยมีถ้อยอาศัยกัน
นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน กรธ.ได้รับแจ้งจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปผลสำรวจความเห็นของประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ประจำเดือนธันวาคมนี้ โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 5,800 กลุ่ม สำหรับผลสำรวจในเรื่องสำคัญ อาทิ
1.ส่วนใหญ่ 63.6 %เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม
2.เห็นด้วยกับการใช้บัตรเลือกตั้งสส.ใบเดียว 77.6 %
3.เห็นว่าการกำหนดให้พรรคการเมืองจะต้องเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยประกาศให้ประชาชนทราบก่อนเลือกตั้งมีผลต่อการตัดสินใจ 86.9%
4.เห็นด้วยให้พรรคการเมืองประกาศรายชื่อผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีทราบก่อนเลือกตั้ง 80.7%
5.เห็นด้วย หากผู้ที่พรรคการเมืองประกาศว่าจะเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ โดยบุคคลนั้นอาจจะเป็นผู้สมัครสส.ของพรรค หรือสมาชิกของพรรค หรือบุคคลอื่นก็ได้64.36%
6.เห็นด้วยกับจำนวนไม่เกิน 3 รายชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน43.4%
7. เห็นด้วยกับการตัดสิทธิทางการเมืองกับนักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินว่าทุจริตต่อหน้าที่ โดยห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต 59.4%
8. เห็นด้วยตัดสิทธิทางการเมืองแก่นักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินว่าทุจริตเลือกตั้ง 58.7%
9. เห็นด้วยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเปิดเผยทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง และคู่สมรส รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 90.4 %
10.เห็นด้วยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ 3 ปีย้อนหลัง 94.9 เป็นต้น







