
รวบสาวญวนเจ้าของรีสอร์ทสวมบัตรคนไทย
ตำรวจสระแก้วจับสาวเวียดนามเจ้าของรีสอร์ทในตลาดโรงเกลือ สวมบัตรประชาชนไทยโดยใช้ชื่อหญิงสาวที่เสียชีวิตแล้ว เผยทำกันเป็นขบวนการค่าใช้จ่ายรายละ 1 แสนบาท
ตำรวจสระแก้วจับสาวเวียดนามเจ้าของรีสอร์ทในตลาดโรงเกลือ สวมบัตรประชาชนไทยโดยใช้ชื่อหญิงสาวที่เสียชีวิตแล้ว เผยทำกันเป็นขบวนการค่าใช้จ่ายรายละ 1 แสนบาท
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.ภ.จว.คลองลึก ร่วมกับ สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จับกุมหญิงสาวชาวเวียดนาม นำบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.รุ่งนภา มหาพันธ์ ซึ่งเสียชีวิตแล้วไปสวมสิทธิเป็นคนไทย แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้ สาวเวียดนามดังกล่าวอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 282 หมู่ที่ 1 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งมีนางอุทัย อินทรศักดิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นพี่สาวของ น.ส.รุ่งนภา ที่ถูกสวมบัตรประชาชน
นางอุทัย ยืนยันว่า น.ส.รุ่งนภา เป็นน้องสาวที่เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. 2551 โดยมีใบมรณะบัตรมายืนยันด้วย แต่เมื่อนำภาพของ น.ส.รุ่งนภา ที่ถูกจับได้มาให้นางอุทัยดู นางอุทัยก็ยืนยันว่าไม่ใช่น้องสาวอย่างแน่นอน
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนางอุทัย ได้เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (ผบก.ภ.จว.สระแก้ว) ว่าน้องสาวของตนคือ น.ส.รุ่งนภา มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 282 ม.1 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นคนพิการ และได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2551
ขณะอายุประมาณ 35 ปี ตามใบมรณะบัตรเลขที่ 02-27052816 คำร้องที่ 206/2551 ตามแบบ ท.ร.4 ตอน 1 ออกให้โดยสำนักทะเบียนอำเภอวัฒนานคร จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2552 แต่ปรากฏว่าได้มีนำหมายเลข 13 หลักบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.รุ่งนภา ไปใช้ในเขต อ.อรัญประเทศ คาดว่ามีการปลอมบัตรประชาชนของ น.ส.รุ่งนภา
หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.พูนทรัพย์ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ร่วมกับ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำการตรวจสอบตามทะเบียนราษฏร์ พบว่ามีผู้ใช้ชื่อและบัตรประจำตัวประชาชน ว่า น.ส.รุ่งนภา มหาพันธ์ อีก 1 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 111/8-9 ม.7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
โดยเปิดธุรกิจเป็นโรงแรมชื่อโรงเกลือรีสอร์ท และตรวจสอบจากข้อมูลทะเบียนราษฎร์พบว่า น.ส.รุ่งนภา คนดังกล่าวได้แจ้งเปลี่ยนนามสกุล จาก มหาพันธ์ เป็นสิงควรรณ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2543 และแจ้งเปลี่ยนนามสกุลจาก สิงควรรณ เป็น อดุลย์ธนเดช เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2548 จากนั้นได้แจ้งเปลี่ยนชื่อจาก รุ่งนภา เป็น เกษศิรินทร์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2549 และแจ้งเปลี่ยนชื่ออีกครั้งจาก เกษศิรินทร์ เป็นรุ่งนภา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2550
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปพบ น.ส.รุ่งนภา ที่บ้านเลขที่ 111/8-9 หมู่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อโรงเกลือรีสอร์ท ได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ แต่เจ้าพนักงานได้ตรวจสอบจากข้อมูลการสืบสวนและการตรวจสอบข้อมูลทะเบียน ราษฎร์ประกอบกับจากการสอบปากคำญาติผู้เสียหายพร้อมเอกสาร แล้วเชื่อได้ว่า บัตรประจำตัวประชาชนที่ น.ส.รุ่งนภา นำมาแสดงนั้นเป็นบัตรประจำตัวประชาชนที่ ได้มาจากการปลอมแปลงข้อมูล ประกอบกับ น.ส.รุ่งนภา พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด เสียงพูดและรูปร่างหน้าตาคล้ายคนเวียดนาม จึงได้ควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังตรวจพบว่าในพื้นที่ จ.สระแก้ว มีขบวนการออกบัตรประชาชนปลอมให้กับพ่อค้าแม่ชาวกัมพูชาและชาวเวียดนามที่มีฐานะในตลาดโรงเกลืออีกเป็นจำนวนมาก โดยจะนำเอกสารประวัติของคนไทยในพื้นที่ อ.วัฒนานคร และ อ.อรัญประเทศ มาออกบัตรประชาชนให้กับชาวกัมพูชาและเวียดนามที่ต้องการมีบัตรประชาชนไทย โดยมีค่าใช้จ่ายคนละ 100,000 บาท







