
กมธ.การเมืองชงแผนปฏิรูป6ด้านหนุนนายกฯคนนอก
กมธ.การเมืองเสนอแผนปฏิรูป 6 ด้าน พร้อมหนุนนายกฯมาจากคนนอกได้แต่ต้องได้เสียงรับรองจาก สส. 3ใน5
กมธ.การเมืองเสนอแผนปฏิรูป 6 ด้าน พร้อมหนุนนายกฯมาจากคนนอกได้แต่ต้องได้เสียงรับรองจาก สส. 3ใน5
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธานกมธ. ซึ่งเสนอแผนการปฏิรูปการเมือง 6 ด้านได้แก่ 1.การได้มาซึ่งนักการเมืองที่ดี 2. การให้ได้มาซึ่งระบบการเมืองที่ดี 3.การมีการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม 4.การมีองค์กรตรวจสอบและมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ 5.การสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี 6.การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองให้คนในชาติ
นายวิทยา แก้วภราดัย กมธ.ปฏิรูปการเมือง ชี้แจงรายงานว่า ในส่วนการได้มาซึ่งนักการเมืองที่ดีนั้น จะกำหนดกลไกการตรวจสอบนักการเมืองให้เข้มข้น ตั้งแต่การรับสมัคร โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ต้องแสดงรายการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ในการลงสมัคร การให้ยกเลิกสส.บัญชีรายชื่อ เพราะเป็นที่ซ่องสุมกลุ่มการเมือง นายทุน ที่จ่ายค่าหัวให้นักเลือกตั้ง ไม่ตอบโจทย์การเป็นที่มาของคนดี มีความสามารถ ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรี กมธ. มีความเห็นไม่ต่างจากกรธ. คือ ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกนายกฯ จะเป็นสส.หรือไม่เป็นสส.ก็ได้ แต่กรณีนายกฯที่ไม่ใช่สส. ต้องมีเสียงรับรองจากสส.ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสภาผู้แทนราษฎร
ขณะที่ นายวันชัย สอนศิริ กมธ.การเมือง กล่าวว่า ในส่วนการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้น กมธ.เห็นว่า ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง รวดเร็ว เห็นผลจริงได้แก่ การตัดสิทธิไม่ให้ลงเลือกตั้งตลอดชีวิต การกำหนดโทษทางอาญาที่รุนแรงตั้งแต่ 1-10 ปี ไม่มีอายุความ เพื่อให้คนเกิดความเกรงกลัว การให้หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครพรรค หากหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคทำผิดเอง จะถูกห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองตลอดชีวิตจริงๆ ไม่ใช่เป็นนอมินีชักใยอยู่เบื้อหลัง หากพบว่า อยู่เบื้องหลังการเมืองจะต้องโทษจำคุก 10 ปี
ส่วนการเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุทุจริตเลือกตั้ง ต้องให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยบังคับใช้กฎหมายได้จริง ครั้งนี้ต้องทำให้ได้จริง แม้ล้มละลายก็ต้องเอา ส่วนกลุ่มทุนที่แจกเงินให้พรรคการเมือง โดยไม่ถูกต้อง ต้องมีโทษจำคุก 1-10 ปี และมีโทษปรับไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท กมธ.อยากให้มาตรการเหล่านี้สัมฤทธิ์ผลก่อนการเลือกตั้ง







