
นักบินสู่นักธุรกิจ
หลายคนอาจรู้จัก น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ ในมุมของ
หลายคนอาจรู้จัก น.ท.ปิยะ ตรีกาลนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ ในมุมของการเป็นนักบินกองทัพอากาศ และสงสัยว่าเหตุใดเมื่อออกจากราชการ ตัดสินใจมาทำธุรกิจจึงวางแผนธุรกิจได้คล่องแคล่ว
ทั้งนี้ เพราะระหว่างที่ น.ท.ปิยะ เป็นนักบินก็ได้ช่วยเหลืองานที่บ้าน ซึ่งคุณแม่และน้าของ น.ท.ปิยะเป็นเจ้าของโรงงานทำตุ๊กตา ในอดีตผลิตตุ๊กตาส่งออกขายต่างประเทศ แม้ได้กำไรตัวละแค่ 1 บาท ก็ยังทำ จึงทำให้ น.ท.ปิยะเกิดคำถามว่า เหตุใดกำไรน้อยแล้วยังทำ และได้คำตอบกลับมาว่าแม้ได้กำไรตัวละ 1 บาท แต่ทำตุ๊กตาครั้งละเป็นแสนเป็นล้านตัว
เมื่อ น.ท.ปิยะได้คำตอบ จึงเกิดความคิดว่าดีกว่าหรือไม่ถ้าทำกำไรตุ๊กตาได้ตัวละ 300-400 บาท แล้วทำเพียงหลักหมื่นตัว แต่จะทำแบบนี้ไม่ง่าย เพราะหัวใจที่จะทำให้สำเร็จ คือการสร้างยี่ห้อหรือแบรนด์
“ตุ๊กตาหมีที่ไหนก็มี ถ้าจะทำให้ตุ๊กตาหมีตัวละ 100 บาท ขายได้ตัวละ 1,000 บาท ต้องมีแบรนด์ จึงได้ตั้งบริษัท เท็ดดี้เฮ้าส์ ผลิตตุ๊กตาหมี เท็ดดี้ แบร์ ปัจจุบันประสบความสำเร็จ มีแฟรนไชส์เท็ดดี้เฮ้าส์มากกว่า 50 สาขาทั่วโลก ขณะที่ผมไม่ได้ทำแล้ว แต่ถือหุ้นอยู่ ขณะนี้ลูกของคุณน้าเข้ามาดูแลแทน”
จากการทำเท็ดดี้เฮ้าส์ ทำให้ น.ท.ปิยะสั่งสมประสบการณ์ทำธุรกิจไว้มาก จนมองว่าการขายตุ๊กตาหมีให้คนทั่วโลกเป็นเรื่องยากกว่าการทำธุรกิจโรงเรียนการบินมาก เพราะตุ๊กตาหมีเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เมื่อมาทำธุรกิจโรงเรียนการบินจึงไม่กังวลนัก โดยหัวใจของการทำโรงเรียนการบินไม่ได้อยู่ที่การทำตลาดเหมือนกับการขายตุ๊กตาหมี
โรงเรียนจะดีหรือไม่ดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับโต๊ะ เก้าอี้ สถานที่ ไม่มีโรงเรียนไหนทำการตลาดโฆษณาที่สิ่งปลูกสร้าง แต่หัวใจสำคัญที่สุดของโรงเรียนก็คือทีมงาน ครูผู้ให้ความรู้และหลักสูตรที่มีคุณภาพ มีดัชนีชี้วัดความสำเร็จเป็นจำนวนนักเรียนที่ประสบความสำเร็จ
“จำนวนนักเรียนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียน แต่โรงเรียนที่ดีต้องดูเปอร์เซ็นต์นักเรียนที่ได้งาน”
น.ท.ปิยะ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นนายเรืออากาศคนหนึ่ง รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คุ้มค่าแล้วกับการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อทดแทนพระคุณกองทัพอากาศ ทุกวันนี้ศิษย์การบินของบีเอซีทุกคนเมื่อก้าวเข้าสู่โรงเรียน กิจกรรมของวันแรกที่ต้องทำ คือ ไปกราบสักการะบุพการีกองทัพอากาศ ได้แก่ พล.อ.ท.พระยาเฉลิมอากาศ (สุณี สุวรรณประทีป) น.อ.พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ (หลง สิน-ศุข) และ น.อ.พระยาทะยานพิฆาต (ทิพย์ เกตุทัต) ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ เพราะเชื่อว่า ไม่ว่า น.ท.ปิยะ หรือศิษย์การบินของ น.ท.ปิยะ ล้วนเริ่มต้นการบินได้จากบุพการีท่านเดียวกัน ถือเป็นกุศโลบายที่จะทำให้นักบินของกองทัพและนักบินพลเรือนมีศูนย์รวมจิตใจเดียวกัน
สำหรับอนาคตบีเอซี น.ท.ปิยะ กล่าวว่า ปี 2559 จะเริ่มให้บริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส มาเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้เป็นไปตามระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เนื่องจากวางแผนว่าในปี 2560 บีเอซีต้องมีคุณสมบัติพร้อมเข้าจดทะเบียน ตลท. ส่วนถึงเวลานั้นจะเข้าจดทะเบียนใน ตลท.หรือไม่เป็นเรื่องอนาคต ทั้งนี้เหตุผลที่สนใจจดทะเบียนใน ตลท. เพราะความต้องการนักบินของตลาดการบินในประเทศและต่างประเทศมีอีกมาก หากไทยผ่านเรื่องแก้ปัญหามาตรฐานการบินได้จะถือว่าวิกฤตนี้กลายเป็นโอกาส เบื้องต้นคาดว่าการแก้ปัญหามาตรฐานการบินคงใช้เวลา 1 ปี หลังหมดปัญหาการบินของไทยจะโตได้ก้าวกระโดด
น.ท.ปิยะ กล่าวว่า บีเอซียังมีแผนเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับกรมการบินพลเรือนของเมียนมา เปิดโรงเรียนการบินแห่งแรกในเมียนมา บีเอซีลงทุนด้านบุคลากรและบริหารจัดการ กรมการบินพลเรือนเมียนมาลงทุนสถานที่และเครื่องบินน่าจะเห็นความคืบหน้าปี 2559
หากการลงทุนเปิดโรงเรียนการบินในเมียนมาสำเร็จ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะได้ประกาศว่า โรงเรียนการบินของไทยมีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก







