posttoday
ขึ้นออมทรัพย์

ขึ้นออมทรัพย์

23 กรกฎาคม 2553

‘กรณ์’นัดถกแบงก์พาณิชย์รับดอกเบี้ยเงินฝากอีกระลอก  จี้ธนาคารขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เตรียมนัดถกสมาคมธนาคารไทย

‘กรณ์’นัดถกแบงก์พาณิชย์รับดอกเบี้ยเงินฝากอีกระลอก  จี้ธนาคารขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เตรียมนัดถกสมาคมธนาคารไทย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการ คลัง เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% เป็น 1.5% ทำให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ตาม แต่เงินฝากนั้นมีการปรับขึ้นเฉพาะเงินฝากประจำ ส่วนเงินฝากออมทรัพย์ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5%

การเลือกขึ้นแต่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำเป็นกลยุทธ์ของธนาคาร เพราะเงินฝากประจำจะจ่ายดอกเบี้ยออกเมื่อเงินฝากครบกำหนด แต่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้นเมื่อปรับขึ้นจะมีผลต่อค่าใช้จ่ายของธนาคารทันที เพราะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน

“ที่ รมว.คลัง เป็นห่วงก็คือลูกค้าที่ถือบัญชีออมทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเกินครึ่งของเงินฝากในระบบธนาคาร ทำให้ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้รับประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้” แหล่งข่าวเปิดเผย

เมื่อ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาธนาคารขนาดใหญ่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามทิศทางของกนง.ทันที การได้เห็นดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เริ่มขยับขึ้น อาจทำให้หลายคนลืมเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ยังมีส่วนต่างที่สูงอยู่ไปได้ชั่วขณะ หากพิจารณาให้ดีจะพบว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์นั้นเลือกปรับขึ้นเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีตั้งแต่ 0.10.6% แต่ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยออมทรัพย์ซึ่งเป็นเงินฝากที่มีจำนวนมากที่สุดและธนาคารสามารถนำเงินเหล่านั้นไปบริหารจัดการเงินได้มากที่สุดแม้จะไม่สามารถควบคุมเวลากากรเบิกถอนเงินได้ โดยดอกเบี้ยยังคง 0.5% นับว่าเป็นการเลือกปรับในส่วนที่สร้างภาระดอกเบี้ยให้กับธนาคารพาณิชย์ให้ช้าที่สุด

ทั้งนี้เพราะผู้มีบัญชีเงินฝากประจำหากจะได้รับสิทธิการขึ้นดอกเบี้ยคราวนี้ต้องรอจนครบกำหนดก่อนจึงจะได้รับสิทธิดอกเบี้ยอัตราใหม่เว้นแต่เป็นกลุ่มที่เข้ามาเปิดบัญชีใหม่หรือครบกำหนดพอดี แต่หากปรับขึ้นดอกเบี้ยออมทรัพย์ทุกบัญชีก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นทันที่มีการประกาศถือว่าเป็นกลยุทธ์การลดต้นทุนของธนาคารอีกรูปแบบหนึ่ง

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นอีก 0.10.125% ถือว่าเป็นการลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลงกรณีเช่นนี้จะช่วยลดแรงกดดันจากสาธารณชนได้ระดับหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกันจะพบว่า ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะมีผลทันทีสำหรับลูกค้าเงินกู้ที่ใช้เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยลอยตัวลูกค้ากลุ่มนี้จะมีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทันที

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะนัดหารือกับนายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในเรื่องที่พร้อมสมาชิกนายแบงก์ในเร็วๆ นี้ ที่จะให้ธนาคารพาณิชย์คิดค่าธรรมเนียมการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าด้วยความเป็นธรรม และให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไม่สูงเกินไป และให้สอดคล้องกับการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะมีความเข้าใจในนโยบายที่ต้องการให้ปรับลดค่าธรรมเนียมการบริการ ห็นได้จากขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งพยายามปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นก่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกค้า

ด้าน นายชาติศิริ กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทย พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ ธปท. และจะพยายามดูแลการให้บริการ และการเข้าถึงแหล่งเงินให้มีความทั่วถึง

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังกล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ขยับอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรขึ้นอีก 0.25% จากระดับ 1.25% เป็น 1.5% เมื่อ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาธนาคารขนาดใหญ่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามทิศทางของกนง.ทันที การได้เห็นดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เริ่มขยับขึ้น อาจทำให้หลายคนลืมเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ยังมีส่วนต่างที่สูงอยู่ไปได้ชั่วขณะ หากพิจารณาให้ดีจะพบว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์นั้นเลือกปรับขึ้นเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีตั้งแต่ 0.10.6% แต่ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยออมทรัพย์ซึ่งเป็นเงินฝากที่มีจำนวนมากที่สุดและธนาคารสามารถนำเงินเหล่านั้นไปบริหารจัดการเงินได้มากที่สุดแม้จะไม่สามารถควบคุมเวลากากรเบิกถอนเงินได้ โดยดอกเบี้ยยังคง 0.5% นับว่าเป็นการเลือกปรับในส่วนที่สร้างภาระดอกเบี้ยให้กับธนาคารพาณิชย์ให้ช้าที่สุด

ทั้งนี้เพราะผู้มีบัญชีเงินฝากประจำหากจะได้รับสิทธิการขึ้นดอกเบี้ยคราวนี้ต้องรอจนครบกำหนดก่อนจึงจะได้รับสิทธิดอกเบี้ยอัตราใหม่เว้นแต่เป็นกลุ่มที่เข้ามาเปิดบัญชีใหม่หรือครบกำหนดพอดี แต่หากปรับขึ้นดอกเบี้ยออมทรัพย์ทุกบัญชีก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นทันที่มีการประกาศถือว่าเป็นกลยุทธ์การลดต้นทุนของธนาคารอีกรูปแบบหนึ่ง

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นอีก 0.10.125% ถือว่าเป็นการลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลงกรณีเช่นนี้จะช่วยลดแรงกดดันจากสาธารณชนได้ระดับหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกันจะพบว่า ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับเพิ่มขึ้นจะมีผลทันทีสำหรับลูกค้าเงินกู้ที่ใช้เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยลอยตัวลูกค้ากลุ่มนี้จะมีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทันที

นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารสมาชิกกำลังเจรจากัน เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ในการปรับลดค่าธรรมเนียมลงมา ในฐานะประธานสมาคมธนาคารคนใหม่ จะสานต่อนโยบายของประธาน 2 คนก่อนหน้าให้สำเร็จ ทั้งรื่องการปรับลดต้นทุนและค่าธรรมเนียม ก็จะพิจารณาให้เหมาะสม ให้เป็นประโยชน์กันประชาชนอย่างทั่วถึง

“ผมเพิ่งมารับตำแหน่ง เรื่องค่าธรรมเนียม แบงก์สมาชิกกำลังคุยกันอยู่ ขอเวลานิดหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องสเปรดกระทรวงการคลังขอคุยกับ ธปท.ก่อน” นายชาติศิริ กล่าว

นายชาติศิริ กล่าวว่า สำหรับค่าธรรมเนียมของธนาคารกรุงเทพ ไตรมาส 2 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะปริมาณธุรกรรมที่ลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ

ด้านการปรับอัตราดอกเบี้ยธนาคารจะรอดูคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งการปรับขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อช่วยให้ผู้ฝากเงินได้รับดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงเป็นบวก ขณะเดียวกันจะขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยรอบที่ผ่านมา ดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นมากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับลดค่าธรรมเนียมนั้น ทุกคนก็พยายามลดอยู่ เพียงแต่ต้องดูให้รอบด้าน ไม่ได้ดูตัวใดตัวหนึ่ง แต่ละปี ต้นทุนธนาคารจะลดลงได้ 0.51% ซึ่งถือว่าลดได้มากแล้ว

สำหรับไทยพาณิชย์ ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยให้เป็น 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% โดยจะมาจากบริการทุกอย่างรวมกัน การขยายสาขาทำให้ต้นทุนเพิ่ม แต่เป็นผลดีในการขายผลิตภัณฑ์

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า คาดว่า ภายในไตรมาส 3 น่าจะเห็นแนวทางที่เป็นรูปธรรมจากสมาคม เพราะคณะทำงานหารือกันทุก 2 สัปดาห์ เพื่อศึกษาให้รอบด้าน ซึ่งบริการอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นถึงระดับหนึ่ง ปริมาณธุรกรรมมีจำนวนมาก ต้นทุนต่อรายการปรับลด ก็มีช่องทางลดค่าธรรมเนียมลงมาได้

นายธีรนันท์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ สังคมมองธนาคารเป็นผู้ร้าย ซึ่งอยากให้เข้าใจธนาคารด้วยว่า ปัจจุบัน บริการบางอย่างต้นทุนสูง แต่เก็บค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย เช่น เช็ค หรือบริการหน้าเคาน์เตอร์ ค่าใช้จ่ายสูง แต่ให้บริการฟรี ซึ่งทำได้เพราะได้รับการชดเชยจากบริการบางอย่าง

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ