
วิกฤต!คนโขงไม่มีปลากิน ปลาบึกเสี่ยงสูญพันธุ์
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ชักชวนคณะสื่อมวลชนติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบวิกฤตปลาใกล้สูญพันธุ์
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ชักชวนคณะสื่อมวลชนติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขง พบวิกฤตปลาใกล้สูญพันธุ์
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2558 ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะสื่อมวลชนส่วนกลางจาก 15 สำนักข่าว ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และศึกษาระบบนิเวศแม่น้ำโขง โดยล่องเรือจากท่าเรือ อ.เชียงแสน ถึง โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ ปราชญ์ชาวบ้านและประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ผู้เคลื่อนไหวเรื่องแม่น้ำโขงมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยว่า สถานการณ์แม่น้ำโขงปัจจุบันถูกกระทำอย่างรุนแรงจากโครงการพัฒนา ที่ยึดแต่เศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง ทั้งโครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้น้ำขึ้นลงอย่างวิปริตจนชาวบ้านไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย หรือแม้แต่โครงการระเบิดเกาะแก่งเพื่อเปิดทางเดินเรือพาณิชย์ ที่ทำให้ระบบนิเวศเสียหาย ปลาไม่มีแหล่งอาหาร และบางส่วนสูญพันธุ์ไปในที่สุด
“ชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 70 ล้านคนจาก 6 ประเทศที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน มีความสัมพันธ์และพึ่งพิงกับแม่น้ำเพื่อการดำรงชีวิต และกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากกระแสน้ำขึ้นลงอย่างรวดเร็วไม่เป็นฤดูกาล และความมั่นคงทางอาหารที่ถูกทำลาย โดยปัจจุบันแม่น้ำโขงกำลังถูกยึดครองโดยกลุ่มผลประโยชน์เพียงไม่กี่กลุ่ม ทั้งๆ ที่แม่น้ำความยาว 4,909 กิโลเมตร ควรเป็นของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้” นายนิวัฒน์ กล่าว
นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ปลาในแม่น้ำโขงว่า ทุกวันนี้ปลาในแม่น้ำโขงแทบจะไม่เหลือให้จับอีกแล้ว ส่วนปลาที่วางขายอยู่ตามตลาดสดนั้นส่วนใหญ่เป็นปลาจากต่างถิ่น หรือปลาที่เลี้ยงในฟาร์มและในกระชัง เช่น ปลานิล ปลาทับทิม โดยพันธุ์ปลาส่วนใหญ่ก็มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดผลิตภัณฑ์เกษตร
“แม้แต่ปลาบึกและปลาคังซึ่งเป็นปลาชื่อดังของลำน้ำโขงและอำเภอเชียงของ ทุกวันนี้ก็มาจากการเพาะเลี้ยงและการนำเข้าทั้งสิ้น ตามสถิติที่มีการจดบันทึกไว้ ช่วงปี 2529-2538 สามารถจับปลาบึกได้รวมกันถึง 362 ตัว ขณะที่ในปี 2539-2549 หลังจากที่มีการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขง สามารถจับปลาบึกได้รวมแล้วเพียง 48 ตัวเท่านั้น และปัจจุบันภาครัฐได้สั่งห้ามจับปลาบึกแล้ว ปลาบึกจึงกลายมาเป็นปลาอนุรักษ์” นายจีระศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา กล่าวว่า ขณะนี้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง โดยมีทั้งสิ้น 21 โครงการ ในจำนวนนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 6 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 1 โครงการ ซึ่งเขื่อนแรกในประเทศจีนสร้างขึ้นเมื่อปี 2539 ส่งผลให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงไป กระทั่งมีการสร้างเขื่อนที่ 2-3 ในประเทศจีน ระดับน้ำเริ่มขึ้นลงไม่เป็นฤดูกาลชัดเจนขึ้น
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ค่อยชัดขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องการเพาะปลูกริมแม่น้ำโขง และการหาปลา ที่เสียหายและปริมาณลงลงมาโดยตลอด ตอนแรกชาวบ้านในประเทศไทยยังไม่ทราบสาเหตุ เรื่อยมาจนถึงปี 2544 มีโครงการระเบิดเกาะแก่ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจและรับทราบเรื่องการสร้างเขื่อนในพื้นที่ต้นน้ำ” นายสมเกียรติ กล่าว







