
หันกำไรชิง4จี
ขาใหญ่ประมูลสู้ ดัน 4จี พุ่งทะลุแสนล้าน แบงก์เตือนยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง
ขาใหญ่ประมูลสู้ ดัน 4จี พุ่งทะลุแสนล้าน แบงก์เตือนยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง
การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา รอบที่ 144 ซึ่งเป็นรอบก่อนช่วงพักการประมูลในเวลา 21.00 น. ราคารวมอยู่ที่ 119,108 ล้านบาท แบ่งเป็นล็อตที่ 1 ราคา 58,266 ล้านบาท คิดเป็น 363% ของมูลค่าคลื่นความถี่และล็อตที่ 2 ราคา 60,842 ล้านบาท คิดเป็น 378% ของมูลค่าคลื่นความถี่
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า การแข่งขันยังเป็นไปอย่างดุเดือดและยังเคาะราคาอย่างต่อเนื่อง มองว่าเป็นการสู้ราคาเพื่อกันไม่ให้รายใหม่เข้ามาสู่ตลาด โดยยอมเสี่ยงที่จะมีกำไรน้อยลง
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ในปี 2563 จะเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่จะนำเทคโนโลยี 5จี มาให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องมีคลื่นความถี่ไม่ต่ำกว่า 50 MHz ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่การประมูลจะมีการแข่งขันราคาอย่างเข้มข้น
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ผลการประมูลในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เข้าร่วมการประมูลทั้ง 4 ราย มีต่างประเทศเป็นผู้ถือหุ้นร่วมด้วยทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี แม้ราคาการประมูลจะสูง แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกรายมีการวางแผนและทำการศึกษามาอย่างดีแล้ว อีกทั้งรายได้จากกิจการโทรคมนาคมเกิดจากผู้บริโภคโดยตรง ต่างจากกิจการโทรทัศน์ที่รายได้มาจากการโฆษณา เชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหาในการประกอบกิจการหลังได้รับใบอนุญาต รวมทั้งหลักเกณฑ์การประมูลก็ได้กำหนดไว้แล้วว่าอัตราค่าบริการจะต้องถูกลงกว่าค่าบริการ 3จี ในปัจจุบันด้วย
นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การประมูลใบอนุญาต 4จี ในคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ราคาทะลุไปกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น ยอมรับว่าราคายิ่งสูงยิ่งเป็นความเสี่ยงของธุรกิจในแง่ของการคุ้มทุน โดยเฉพาะเงื่อนไขการประมูลที่ระบุชัดถึงอัตราการคิดค่าบริการแก่ลูกค้าต้องต่ำกว่า 3จี ทำให้การผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ดี แม้ราคาใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ รอบนี้จะสูงกว่าการประมูลใบอนุญาต 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในครั้งที่แล้ว แต่เชื่อว่าผู้ประมูลได้มีการคำนวณความคุ้มค่าต่อการลงทุนไปแล้ว โดยเฉพาะรายที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วยิ่งมีเหตุผลรองรับในการสู้ราคาใบอนุญาตเพื่อพัฒนาการให้บริการ โดยเฉพาะบริการด้านข้อมูล (ดาต้า) ที่การใช้บริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ







