
"ประยุทธ์" หักเหลี่ยมสหรัฐ "อย่ามองปชต.มุมเดียว"
“นายกฯ บอกว่า อยากให้มองหลายมุม อย่ามองมุมประชาธิปไตยมุมเดียว ในแง่มุมของเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศเราด้วย พยายามมองหลายๆ มุม ก่อนจะประเมินอะไร”
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ท่าทีสหรัฐต่อรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ค่อยราบรื่นนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศ
เสียงเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยมีการเลือกตั้งโดยเร็วดังขึ้นเป็นระยะๆ ไปพร้อมการเคลื่อนไหวกลุ่มการเมืองสูญเสียอำนาจส่งเสียงอยู่ต่างประเทศ ตามมาด้วยแรงกดดันทางอ้อมผ่านการจี้จุดอ่อนไทยเกี่ยวกับความหละหลวมในการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจสาขาต่างๆ
ทว่า ฉากความสัมพันธ์คงต้องดำเนินต่อไป ดังเห็นได้จากนายกฯ แม้จะถูกวาดภาพเป็นหัวหน้า คสช.ได้มีโอกาสสัมผัสมือ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ผ่านเวทีการประชุมสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก สหรัฐ หรืออีกหลายเวที ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ และการประชุมโลกร้อน ที่ฝรั่งเศส
การเดินทางมาของ แดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา จึงถูกจับตาอีกครั้งเพราะเป็นการมาเยือนไทยเพื่อร่วมประชุมในหัวข้อที่มีความหมายยิ่งนั่นคือ “ยุทธศาสตร์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ครั้งที่ 5”
อีกทั้งเป็นการมาเยือนในจังหวะที่สหรัฐส่ง กลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐคนใหม่ มาประจำการที่ประเทศไทย โดยที่เอกอัครราชทูตสหรัฐเพิ่งได้รับการต้อนรับจากคนไทยอุ่นหนาฝาคั่งออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านทันที จากการสื่อสารข้อความไม่เห็นด้วยต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และวิพากษ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านเวทีเสวนาที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศจัดขึ้น
การได้พบกันระหว่างนายกฯ ของไทย กับรัสเซลและคณะสหรัฐ ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนไปประชุมเรื่องยุทธศาสตร์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก็เหมือนเป็นการเคลียร์ใจกันก่อนหากจะสร้างยุทธศาสตร์ความร่วมมือกันต่อ
ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ และฝ่ายสหรัฐถูกถ่ายทอดผ่านการแถลงโดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ไว้อย่างน่าสนใจ
พล.ต.วีรชน แถลงว่า เรื่องของความสัมพันธ์ นายกฯ ระบุไทยพร้อมสนับสนุนบทบาทสหรัฐในการทำให้ภูมิภาคนี้มีความเข้มแข็ง ขณะที่ไทยไม่ได้มองว่าเป็นผู้นำอาเซียน แต่จะทำหน้าที่ประสานประเทศต่างๆ ในอาเซียน ก้าวไปอย่างเข้มแข็ง และรู้สึกยินดีที่สหรัฐกลับมาให้ความสำคัญประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หันกลับมาให้ความสำคัญกับประเทศไทย แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดโดยกฎหมายของสหรัฐเอง โดยสหรัฐยืนยันพร้อมเดินหน้าไปด้วยกันภายใต้ข้อจำกัด พยายามลดช่องว่างความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ที่อาจมีเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารมาเป็นเงื่อนไข อุปสรรค พร้อมกับบอกรัสเซลว่า
“จะเข้าใจสถานการณ์ประเทศไทยได้ ต้องย้อนกลับไปดูอดีตว่า เกิดอะไรขึ้น จะทำให้เข้าใจปัจจุบัน มองอนาคตได้อย่างชัดเจน ขอให้มองประเทศไทย อย่ามองที่ตัวบุคคลไม่ต้องเชื่อ แต่ขอให้ไปศึกษาเพิ่มเติม โดยนายกฯ ได้บอกว่าไทยได้ผ่านอะไรมาบ้าง ประการสำคัญเราไม่ได้ถอยห่างจากหลักประชาธิปไตยเลย ซึ่งเราทำให้เห็นตัวอย่างแล้วว่า เรากำลังทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนคนไทยมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง” รองโฆษกรัฐบาล อ้างถึงคำพูดนายกฯ ถ่ายทอดให้สหรัฐเข้าใจ
พล.ต.วีรชน ยังกล่าวถึงคำพูดของรัสเซลที่มีต่อนายกฯ ว่า สหรัฐเองแสดงความเข้าใจ แต่ในเรื่องต่างๆ อย่างเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่อาจถูกนำไปเป็นประเด็นได้ ขอให้ประเทศไทยระมัดระวังเรื่องนี้นิดหนึ่ง
ซึ่งนายกฯ ยืนยันกลับไปว่า ระมัดระวังเรื่องนี้ แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เป็นข่าวต่างๆ ล้วนแต่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังทั้งนั้น มันไม่ใช่พลังการเคลื่อนไหวที่บริสุทธิ์ มันมีเรื่องราว ต้องการจะให้สหรัฐมาสนใจ มากดดัน ให้ต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศมากดดัน
“นายกฯ บอกว่า อยากให้มองหลายมุม อย่ามองมุมประชาธิปไตยมุมเดียว ในแง่มุมของเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศเราด้วย พยายามมองหลายๆ มุม ก่อนจะประเมินอะไร” พล.ต.วีรชน ถ่ายทอดบทหารือชนิดคำต่อคำส่งไปถึงสหรัฐ
ขณะที่รัสเซลออกมาให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ว่า “ภายใต้กฎหมายสหรัฐได้กำหนดถึงขอบเขตที่สหรัฐจะสามารถจัดลำดับความสัมพันธ์ให้แต่ละประเทศ ซึ่งความร่วมมือต่างๆ จะกลับมาได้ต่อเมื่อไทยมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยกลับคืนมา ส่วนความร่วมมือทางการทหารนั้น ด้วยข้อจำกัดของสถานการณ์ในไทย จึงทำให้ยากต่อการสนับสนุน แต่สหรัฐพยายามที่จะให้การสนับสนุนโดยพิจารณาเป็นกรณีไป เช่น การฝึกร่วมคอบร้า โกลด์ ซึ่งจะเน้นให้การช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรม เป็นต้น”
“นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในอีกหลายมิติที่ไทยและสหรัฐจะทำได้ แต่สหรัฐอยากฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีให้กลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนการเข้าพบนายกฯ นั้น นายกฯ ได้อธิบายสถานการณ์การเมืองและโรดแมปที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยของไทย ขณะที่ผมระบุว่าสหรัฐยังคงย้ำจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เป็นหลักการสากลที่ทุกคนต้องการ”
“ทั้งนี้ สหรัฐอยากเห็นประเทศไทยมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย โดยสหรัฐจะเป็นเพื่อนเคียงข้างไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญทั้งภูมิภาคและระดับโลก” รัสเซล ย้ำถึงท่าทีสหรัฐ







