
ไทย-มังกร มากกว่าแค่กองทัพและเศรษฐกิจ
ไทยและจีนได้ชื่อว่าเป็นเมืองพี่เมืองน้องมาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศทั้งทางด้านการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ค่อนข้างมีความใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ขณะนี้ไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว
ไทยและจีนได้ชื่อว่าเป็นเมืองพี่เมืองน้องมาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศทั้งทางด้านการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ค่อนข้างมีความใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ขณะนี้ไทยได้รับผล
กระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว
สเตรเทจี เพจ เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลทางการทหารและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี 2013 ที่เศรษฐกิจจีนมีปัญหาและส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงไทยด้วย แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่รัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าเข้าไปลงทุนเองและสนับสนุนเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในหลายๆ ประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตร และไทยก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของจีน
จีนพยายามเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงเสนอความช่วยเหลือและความร่วมมือทางการทหารระหว่างกองทัพไทยและจีน ซึ่งเป็นความพยายามอย่างหนึ่งของจีนในการเข้ามาแทนที่บทบาทของกองทัพชาติตะวันตก ทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องมือทางการทหารต่างๆ รวมไปถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง และการฝึกผสมทางการทหาร
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอากาศจีนและไทยซ้อมรบร่วมกันเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อว่า ฟอลคอน สไตรค์ 2015 ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและกรุงปักกิ่ง
นอกเหนือไปจากด้านการทหารแล้ว จีนก็พยายามผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเช่นกัน ล่าสุดจีนเสนอพัฒนาเส้นทางรถไฟความเร็วปานกลาง ความเร็ว 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง สายหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 873 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟจีน-ลาว ที่บริเวณหนองคาย-เวียงจันทน์ นอกจากนี้จีนยังสั่งนำเข้าข้าวราว 1 ล้านตัน และยางพาราราว 2 แสนตันจากไทยด้วย
ที่ผ่านมาทางการจีนมีความพยายามยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจกับรัฐบาลไทยทุกชุด เช่นกันกับรัฐบาลไทยที่ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับจีน โดยไทยเน้นการสนับสนุนทางการทูตมากกว่า
อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีนแล้ว รัฐบาลไทยยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องการก่อการร้าย โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่ารัฐบาลรัสเซียแจ้งเตือนทางการไทยกรณีผู้ก่อการร้ายของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่เดินทางเข้ามาในไทย และมีความเสี่ยงสูงว่าจะก่อเหตุก่อการร้ายใจกลางกรุงเทพฯ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยทางการไทยได้ออกมาปฏิเสธประเด็นดังกล่าว
แม้จะมีการแจ้งเตือนเรื่องภัยก่อการร้าย ทว่ากิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคธุรกิจของไทยยังคงเป็นปกติ เนื่องด้วยมีการเพิ่มมาตรการรับมือของเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงของไทย ทั้งทหารและตำรวจในจุดเสี่ยง
ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศมากที่สุด คงหนีไม่พ้นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ที่ก่อเหตุความรุนแรงลากยาวมาตั้งแต่ปี 2004 กินเวลานานนับกว่า 11 ปี และไม่มีทีท่าว่าปัญหาจะยุติลง โดยเมื่อวันที่ 11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะพูดคุยสันติสุขซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยได้เจรจากับกลุ่มมาราปัตตานี ตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่าง







