posttoday
คลังห่วงราคาน้ำมันวูบ ทำรายได้รัฐหด

คลังห่วงราคาน้ำมันวูบ ทำรายได้รัฐหด

15 ธันวาคม 2558

ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ติดตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ราคาต่ำลงมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอาจกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้เกษตรกร รวมทั้งทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ปีงบประมาณ 2559 ในส่วนของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) นำเข้าน้ำมันปรับตัวลดลงไปด้วย

ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ติดตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ราคาต่ำลงมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอาจกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้เกษตรกร รวมทั้งทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ปีงบประมาณ 2559 ในส่วนของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) นำเข้าน้ำมันปรับตัวลดลงไปด้วย

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบได้ลดลงกว่า 60% นับตั้งแต่จุดสูงที่สุด เดือน มิ.ย. 2557 โดย สศค.คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2558 จะอยู่ที่ระดับ 53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยปี 2559 มาอยู่ที่ระดับ 57.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย ที่ยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งที่จะทำให้รายได้เกษตรกรปรับลดลงตามไปด้วย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ให้ สศค.เตรียมแผนที่จะรับมือปัญหาภัยแล้งปี 2559 ทั้งดำเนินการผ่านนโยบายของรัฐบาล ด้วยการเข้าไปดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะชาวนา เนื่องจากไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้เต็มที่จากปัญหาน้ำไม่เพียงพอ รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ และการดำเนินการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ทั้งธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะมีทั้งให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่น และการชะลอชำระหนี้เกษตรกรออกไป

ทั้งนี้ ปัญหาภัยแล้งจากปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่าปกติต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า อาจทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกของเกษตรกรและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ส่งผลให้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายและกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชนได้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% โดยได้รับแรงส่งของการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และโครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐได้

ทางด้าน เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.เตรียมพร้อมเสนอคณะกรรมการบริษัทปลายเดือนนี้เพื่อปรับแผนการลงทุนระยะยาว 5 ปี ให้สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยสมมติฐานราคาน้ำมันตลาดโลกปี 2559 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ยังมีความเป็นไปได้

“ปตท.สามารถปรับแผนลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันได้ตามสภาพความเป็นจริง มีแผนรองรับหลายแบบ โดยจะปรับแผนตามราคาน้ำมันที่คาดการณ์ไว้ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนราคาหุ้น ปตท.ที่ปรับลดลงนั้นจะมีการซื้อหุ้นคืนหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณา” เทวินทร์ กล่าว

เทวินทร์ กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับลดลงต่อเนื่อง แต่จะไม่มีผลกระทบต่อแผนขยายธุรกิจพลาสติกชีวภาพของ ปตท. แม้ต้นทุนของราคาพลาสติกชีวภาพจะสูงกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไปประมาณ 10-20% ก็ตาม โดยยังมีเป้าหมายขยายธุรกิจพลาสติกชีวภาพให้เป็น 2% ของรายได้ภายในปี 2563 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งกลุ่ม ปตท.ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท