posttoday
กดไลค์มีความผิด ปลุกกระแสไม่เลิฟคสช.

กดไลค์มีความผิด ปลุกกระแสไม่เลิฟคสช.

15 ธันวาคม 2558

กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที หลังหน่วยงานความมั่นคงประกาศเตือนเอาผิดกับคนที่ใช้เฟซบุ๊กในการกดคำว่า Likeในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการอุทยานราชภักดิ์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที ภายหลังหน่วยงานความมั่นคงประกาศเตือนเอาผิดกับคนที่ใช้เฟซบุ๊กในการกดคำว่า Like ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโครงการอุทยานราชภักดิ์

สาเหตุที่หน่วยงานภาครัฐเอาจริงเอาจังกับเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการจับกุม “ฐนกร ศิริไพบูลย์” จากกรณีโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของโครงการอุทยาน ราชภักดิ์ ก่อนที่หลังจากนั้นคนในรัฐบาลจะออกมาเตือนการกดไลค์ในเฟซบุ๊กอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

“เราไม่ได้ดำเนินคดีซี้ซั้ว ฝากเตือนประชาชนถ้าเห็นข้อมูลข่าวสารที่เข้าข่ายหมิ่นเหม่หรือผิด ม.112 ขอให้พิจารณาดีๆ อย่าคึกคะนองกดแชร์ กดไลค์ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ

ท่าทีดังกล่าวที่ออกมาถือว่าสร้างความสั่นสะเทือนในทางการเมืองไม่น้อย เพราะเป็นเรื่องที่ท้าทายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนพอสมควร

สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำประเทศไทย แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า “เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวให้กับคนไทย เนื่องจากคดีอาญามาตรา 116 ที่ใช้เอาผิดถือว่ารุนแรง อีกทั้งการแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ต่างๆ ไม่ควรมีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ส่วนการกดไลค์นั้น ต้องแยกแยะให้ชัดเจน เพราะบางคนอาจกดไลค์โดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นการเหมารวมความผิดที่รัฐบาลกำลังกระทำอยู่ ถือว่าเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าจะแสดงความเห็นเรื่องอุทยานราชภักดิ์ และเป็นการปิดกั้นทางความคิด”

เหนืออื่นใด แม้ในเวลานี้ประเทศไทยจะถูกปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 อันเรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์พิเศษ แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดังกล่าวได้ให้หลักประกันเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเอาไว้

โดยมาตรา 4 ระบุว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

เมื่อนำท่าทีของฝ่ายความมั่นคงมาพิจารณาแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการท้าทายสิทธิและเสรีภาพของคนไทยอยู่ไม่น้อย รวมทั้งยังสร้างแรงเสียดทานให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่มีความจำเป็น

ต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ คสช.เสียรังวัดไปกับเรื่องโครงการอุทยานราชภักดิ์อยู่หลายครั้ง ไล่มาตั้งแต่การออกมาแถลงโดยกองทัพบกว่าไม่มีการทุจริตแบบไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด ต่อด้วยการจับกุมกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการเดินไปที่อุทยานฯ จนกระทั่งมาถึงกรณีการประกาศเอาผิดกับคนที่กดไลค์ข้อความที่เกี่ยวกับอุทยานฯ

แต่เหนืออื่นใดการพยายามเอากฎหมายมายุติกระแสการโจมตีอุทยานฯ ของ คสช. เสมือนหนึ่งเป็นการแลกหมัดที่ได้ไม่คุ้มเสีย

เหตุที่ต้องบอกว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะการทำงานของ คสช.ในเวลานี้ อย่างการปฏิรูปประเทศผ่านกลไกแม่น้ำ 5 สาย ต้องอาศัยบรรยากาศทางการเมืองที่ต้องมีความสงบเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่น “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นรัฐธรรมนูญของคนทั้งประเทศได้ ก็ต่อเมื่อผ่านความเห็นชอบจากประชาชนด้วยกระบวนการประชามติ

ในทางปฏิบัติอาจมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่การตัดสินใจของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะผูกไว้กับกระแสรักหรือชัง คสช.ด้วย

กล่าวคือหาก คสช.ทำงานดี มีผลงานเข้าตา แน่นอนว่าย่อมช่วยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น และแถม คสช.แสดงออกถึงการท้าทายสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ย่อมทำให้การตัดสินใจของประชาชนที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญอาจเปลี่ยนแปลงไป

การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินว่าประชาชนจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่มีต่อ คสช.อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เท่ากับว่า คสช.สอบผ่าน แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ความชอบธรรมของ คสช.ที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สามก็ลำบากมากขึ้น

ดังนั้น ท่าทีของ คสช.ต่อเรื่องโครงการอุทยานราชภักดิ์ในหลายมิติ จนมาถึงการเอากฎหมายมาปิดกั้นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนและสะท้านความชอบธรรมของ คสช.ครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาในอำนาจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท