
แข่งเชื่อมโลก
เกทับบลัฟแหลกกันเข้มข้นทีเดียวสำหรับการแข่งขันชิงความเป็นมหาอำนาจทางรางระหว่าง จีน-ญี่ปุ่น ในปีนี้ ที่กำลังชิงโปรเจกต์ก่อสร้างโครงการรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง กับหลายประเทศทั่วเอเชีย
เกทับบลัฟแหลกกันเข้มข้นทีเดียวสำหรับการแข่งขันชิงความเป็นมหาอำนาจทางรางระหว่าง จีน-ญี่ปุ่น ในปีนี้ ที่กำลังชิงโปรเจกต์ก่อสร้างโครงการรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง กับหลายประเทศทั่วเอเชีย
หลังจากที่เสียม้าโครงการในอินโดนีเซีย มูลค่ากว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับจีนไป ทั้งที่เป็นฝ่ายเริ่มเจรจามานานก่อนหน้านี้ ล่าสุดญี่ปุ่นกู้หน้าได้สำเร็จกับโครงการชิงคันเซ็น เส้นทางนิวเดลี-อาห์เมดาบัด มูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ บินไปลงนามกับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เองโดยตรงที่นิวเดลี ซึ่งไม่ได้มีแค่สัญญาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น แต่ยังมีความร่วมมือด้านอื่นๆ รวมถึง 16 รายการ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วย
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเพิ่งเซ็นสัญญาโครงการเงินกู้ 1,950 ล้านเหรียญสหรัฐกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาโครงการรถไฟระยะทาง 38 กม. โดยใช้เทคโนโลยีรถไฟของญี่ปุ่น ซึ่งตกลงกันได้ในที่สุด แม้ว่าฝ่ายจีนจะเป็นตัวเต็งในโครงการนี้มาก่อนก็ตาม แต่การเจรจากับจีนเริ่มไม่ราบรื่นในภายหลัง จากปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
เท่ากับว่าประเทศที่จีนมีปัญหาข้อพิพาททางทะเลและดินแดน ถูกญี่ปุ่นแซะไปได้หมด แถมยังแว่วมาว่าฝั่งญี่ปุ่นเตรียมรื้อโครงการรถไฟความเร็วสูงกับสหรัฐขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ชะงักไปนานหลายปี
ฝั่งจีนเองนั้น เพิ่งคว้าดีลใหญ่ไปได้กับโครงการรถไฟความเร็วสูงครั้งแรกในอินโดนีเซีย เชื่อมระหว่างจาการ์ตา-บันดุง โดยให้เงื่อนไขทางการเงินที่ดึงดูดใจป้ำกว่าฝั่งญี่ปุ่น
ซินหัวยังรายงานเมื่อไม่นานมานี้ด้วยว่า บริษัทรถไฟในเยอรมนีสนใจสั่งซื้อรถไฟความเร็วสูงจากจีน โดยได้เริ่มเจรจากับบริษัทจีนถึง 40 แห่ง เช่น ไท่หยวนเฮฟวี่ อินดัสทรี และไชน่า เรลเวย์ โรลลิง สต๊อก คาดวงเงินคร่าวๆ ประมาณ 1 หมื่นล้านยูโร
ส่วนโครงการเมกะโปรเจกต์จริงๆ คือโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางสายไหม เชื่อม 6 ประเทศเอเชียกลางเริ่มตั้งแต่ภาคตะวันตกของจีน ไปยังคีร์กีซสถาน คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และไปจบลงที่อิหร่าน ประเทศคู่ค้าด้านพลังงานรายใหญ่กับจีน
นับเป็นปีที่จีนเดินหน้าท้าชนอย่างจังกับมหาอำนาจเทคโนโลยีเจ้าเก่า หลังจากที่เตรียมความพร้อมมาหลายปี ทั้งเทคโนโลยีที่ทดลองภายในประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว ไปจนถึงเงินทุนผ่านธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี)
เอเชียในยุคของ 2 เงามหาอำนาจจีน-ญี่ปุ่น ยังเปลี่ยนไปได้อีกมากในทศวรรษนี้ค่ะ







