
สุริยะใสแนะกรธ.เพิ่มพื้นที่การเมืองภาคพลเมือง
สุริยะใส ห่วงร่างรัฐธรรมนูญสวนทางยุทธศาสตร์ "ประชารัฐ" เพิ่มอำนาจรัฐแต่ตอนอำนาจประชาชน จี้ กรธ.เพิ่มพื้นที่การเมืองภาคพลเมืองมากขึ้น
สุริยะใส ห่วงร่างรัฐธรรมนูญสวนทางยุทธศาสตร์ "ประชารัฐ" เพิ่มอำนาจรัฐแต่ตอนอำนาจประชาชน จี้ กรธ.เพิ่มพื้นที่การเมืองภาคพลเมืองมากขึ้น
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มาหวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ผ่านมาจะครึ่งค่อนทางแล้วยังคงให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบในส่วนภาคการเมืองและรัฐราชการเป็นหลัก ซึ่งแม้ว่า กรธ.พยายามออกแบบและสร้างกลไกใหม่ๆ เพื่อให้การเมืองของภาคนักการเมืองมีความโปร่งใสและสุจริตมากขึ้นก็ตาม แต่ยังไม่มีพื้นที่ให้กับประชาสังคมเข้ามาร่วมส่วนเท่าที่ควร สวนทางกับนโยบายของ คสช.และรัฐบาลที่พยายามขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐ ที่เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน
"ถ้าเน้นเฉพาะความเข้มแข็งของภาคการเมืองและราชการโดยละเลยสิทธิและอำนาจของประชาชนจะทำให้นโยบายประชารัฐไม่เป็นจริง อำนาจชี้ขาดเบ็ดเสร็จยังผูกขาดอยู่กับภาคการเมืองเช่นเดิม กลายเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐแต่ตอนอำนาจประชาชน"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ไม่ว่า กรธ.จะขยายหรือสร้างกลไกถ่วงดุลตรวจสอบมากขึ้นก็ตาม ก็ยังวนอยู่กับการเมืองของคนส่วนบนหรือกลุ่มเดิมๆ ยังไม่ได้ยึดโยงกับประชาสังคมเท่าที่ควร ก็อาจจะทำให้การเมืองไทยกลับไปจมอยู่กับวงจรอุบาทว์เช่นเดิม ฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญในหมวดที่เหลืออยู่ กรธ.ต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ทางการเมืองของภาคประชาสังคมชัดเจนมากขึ้น เพราะบทเรียนจากความล้มเหลวทางการเมืองที่ผ่านมาผู้มีอำนาจพยายามทำให้การเมืองอยู่ในระบบปิด โดยกลุ่มคนไม่กี่กลุ่มพอเจรจาผลประโยชน์กันไม่ลงตัวก็กลายเป็นความแตกแยกและเผชิญหน้ากัน ความตื่นตัวของประชาชนถูกมองเป็นแค่กองเชียร์นักการเมืองเท่านั้น
"เมื่อเปรียบเทียบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไปก่อนหน้านี้ จะพบว่าการเมืองของภาคพลเมืองหดหายไปมาก กรธ.ควรปรับทัศนคติว่าความตื่นตัวของประชาชนเป็นหัวใจของการพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริง การออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อไปสู่การปฏิรูปประเทศจึงต้องคำนึงถึงการสร้างสมดุลย์ให้กับองค์อำนาจอันหลากหลายในสังคมให้ลงตัวที่สุด ไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะเปลี่ยนผ่านในระยะยาวได้"นายสุริยะใสกล่าว







