
ต้องเอาจริงเอาจัง
นับตั้งแต่สหรัฐปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยลงมาอยู่ในระดับ Tier3 และต่อมาถูกคณะกรรมการสหภาพยุโรป
นับตั้งแต่สหรัฐปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยลงมาอยู่ในระดับ Tier3 และต่อมาถูกคณะกรรมการสหภาพยุโรปแจกใบเหลืองในกลุ่มสินค้าประมง เนื่องจากเข้าข่ายการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม (ไอยูยู) ทำให้รัฐบาลไทยได้พยายามกำหนดมาตรการออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาของอุตสาหกรรมประมงอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้พยายามแสดงออกถึงการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ามนุษย์ อาทิ ขบวนการค้าชาวโรฮีนจา มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหลายราย ส่วนเรื่องปัญหาการใช้แรงงานในธุรกิจประมง รัฐบาลก็มีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) มีการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ออกยาแรงมาบังคับเรือประมงพาณิชย์ในประเทศในหลายรายการ ตลอดจนมีการตรา พ.ร.บ.การประมงฉบับใหม่ออกมาให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอียูมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์กับผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือแก้ปัญหาร่วมกันทั้งระบบ ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ไทยยูเนี่ยน ก็ประกาศเลิกจ้างสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ล้ง) เพื่อร่วมมือในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยังมีการประสานให้ข้อมูลกับสหรัฐและอียูถึงความคืบหน้าในการยกระดับการแก้ปัญหามาโดยตลอด เพื่อสร้างความเข้าใจเพื่อไปสู่การหลุดพ้นจาก Tier3 และรอดจากใบเหลือง
อย่างไรก็ดี กรณีที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่ยื่นหนังสือขอลี้ภัยทางการเมืองไปประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชีวิตไม่ปลอดภัยจากผู้มีอิทธิพล อาจเป็นชนวนให้ความพยายามที่ไทยทำมาทั้งหมดไร้ความหมายก็เป็นได้
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ปวีณ ระบุว่า ถูกข่มขู่เอาชีวิตจากผู้มีอิทธิพล หลังออกหมายจับผู้ต้องหาระดับบิ๊กในขบวนการค้ามนุษย์นับร้อยราย ไล่ตั้งแต่นายทหารระดับสูง ข้าราชการท้องถิ่นและนักธุรกิจ ก่อนจะถูกย้ายไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) แต่ที่สุดเจ้าตัวก็ต้องลาออกจากราชการ โดยให้เหตุผลว่าอาจถูกล็อกเป้าหรือมีการสร้างสถานการณ์เอาชีวิตได้
พล.ต.ต.ปวีณ ยังให้ข้อมูลกับสำนักข่าวต่างประเทศอีกว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยจะเหมือนเดิมถ้ารัฐบาลไม่จริงใจแก้ไข และบุคคลในเครื่องแบบมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับขบวนการค้ามนุษย์
กรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จอย่างไรก็ตาม แต่นี่กระทบความน่าเชื่อถือของประเทศไทยและอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สหรัฐและอียูยกอ้างเพื่อคงสถานะไทยอยู่ในระดับเดิมต่อไป
การให้นายตำรวจระดับสูงหลายนายออกมาตอบโต้และดิสเครดิต พล.ต.ต.ปวีณ คงไม่ใช่ทางออกที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือดำเนินการในคดีค้ามนุษย์และไอยูยูอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ไม่มีการลูบหน้าปะจมูก หรือถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจรัฐ จึงจะกอบกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา







