posttoday
ข้อเสนอ ร่างรธน. ลดเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจเป็นธรรม

ข้อเสนอ ร่างรธน. ลดเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจเป็นธรรม

12 ธันวาคม 2558

เส้นทางการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน กรธ.ได้เดินหน้ามาเกินครึ่งทาง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

เส้นทางการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้เดินหน้ามาเกินครึ่งทาง ท่ามกลางการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ตามแนวคิดที่ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

สำหรับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจมีหลายหน่วยงานที่ทำข้อเสนอถึง กรธ. อาทิ กระทรวงพาณิชย์ มีข้อเสนอ 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรีอย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม มีการพัฒนาที่ยั่งยืน และนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการประกอบกิจการ 2.ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน ส่งเสริม สนับสนุนสินค้าและบริการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย

3.ปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกัน ลด จำกัด หรือขจัดการผูกขาด และการกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ธุรกิจมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งป้องกันมิให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้อำนาจเหนือตลาด 4.สร้างและพัฒนาสังคมผู้ประกอบการ โดยสนับสนุนให้เกิดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างเป็นระบ ส่งเสริมการลงทุน สร้างความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ใช้นวัตกรรมในการสร้างผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

5.สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการสร้างโอกาส การให้ข้อมูล จัดให้มีมาตรการทางภาษีและมาตรการคุ้มครองอื่นๆ 6.คุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมจากการผูกขาดทางการเกษตร ระบบเกษตรพันธสัญญา และการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยการปรับปรุงกฎหมาย รวมทั้งสร้างระบบประกันความเสี่ยงทางการผลิตหรือการตลาด

ด้าน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอว่า ในรัฐธรรมนูญควรกำหนดหลักการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจมหภาค เพื่อป้องกัน ลด จำกัด หรือขจัดการผูกขาด และการกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ธุรกิจมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งป้องกันมิให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้อำนาจเหนือตลาด

ส่วน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสนอว่า ให้มีการกำหนดเรื่องการออมภาคบังคับที่มีความยั่้งยืนเพียงพอและทั่วถึง สำหรับแรงงานในระบบไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาของสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าประเทศจะเป็นประเทศแรกๆ ในกลุ่มอาเซียนที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ แต่ระบบการออมเพื่อการชราภาพของประเทศไทยยังคงประสบปัญหาอยู่ เช่น กองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพตาม พ.ร.บ.ประกันสังคมพ.ศ. 2553 มีการกำหนดผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าซึ่งไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินสะสมและเงินสมทบ ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องความยั่งยืนของ
กองทุน

ดังนั้น การออมเงินเพื่อวัยเกษียณสำหรับคนทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยสมควรให้มีกองทุนบำนาญภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบ อันจะก่อให้เกิดการออมเพื่อการชราภาพโดยไม่เป็นภาระแก่ภาครัฐมากเกินไป และในขณะเดียวกันการทำให้ผู้สูงอายุมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ด้าน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์|และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอว่า 1.สมควรให้มีบทบัญญัติว่าด้วยคลื่นความถี่ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการสื่อสาร และองค์กรที่ทำหน้าที่ในการจัดสรรและกำกับดูแลการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าว และกำกับการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดเป็นหลักการว่า “คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ และให้องค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงกิจการวิทยุคมนาคมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน”

2.รัฐธรรมนูญควรกำหนดให้มี “องค์กร” ของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และ กับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมถึงกิจการวิทยุคมนาคม โดยการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่นและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ

3.การกำหนดให้เจ้าของกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น จะมีผลให้การกำกับดูแลนโยบายของรัฐที่ต้องคำนึงถึงความตกลงระหว่างประเทศไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ ควรกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จะเหมาะสมกว่า ไม่ให้กระทบกับคนต่างด้าว ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่งและใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สองที่มีอยู่ในปัจจุบัน

4.ควรมีบทบัญญัติรองรับมิให้มีการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท