
ไทยยูเนี่ยนเลิก‘ล้ง’ทั่วประเทศ
ไทยยูเนี่ยนเลิกจ้างสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น นอกบริษัททั้งหมดในไทย แก้ค้ามนุษย์
ไทยยูเนี่ยนเลิกจ้างสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น นอกบริษัททั้งหมดในไทย แก้ค้ามนุษย์
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 บริษัทจะยกเลิกการว่าจ้างสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ล้ง) จากภายนอกบริษัททั้งหมด โดยกระบวนการผลิตทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของไทยยูเนี่ยน เพื่อให้สามารถควบคุมมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านแรงงานได้อย่างเข้มงวด
“เราได้ย้ายสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์กุ้งเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของไทยยูเนี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานนับพันจะได้รับการว่าจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และทำงานในสถานที่ที่ปลอดภัย นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขจัดแรงงานผิดกฎหมายไปจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยให้หมดไป เรามุ่งมั่นที่เป็นผู้นำการพัฒนาในอุตสาหกรรม และขอฝากไปยังผู้ประกอบการทุกรายให้ช่วยกันส่งเสริมการปฏิบัติต่อแรงงานที่ดีและไม่ยินยอมที่จะให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเด็ดขาด” นายธีรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าพนักงานทุกคนในสายการผลิต จะปฏิบัติงานภายในสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและให้เกียรติซึ่งกันและกัน จากที่ผ่านมายากที่จะทำให้มั่นใจว่าสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นอิสระจะปฏิบัติตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานฉบับใหม่ได้อย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
ด้าน นายผณิศวร ชำนาญเวช ประธานกิตติคุณของสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย (TFFA) กล่าวเสริมว่า การปรับนโยบายครั้งนี้ของไทยยูเนี่ยน เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย และนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของการบริหารจัดการอุตสาหกรรมนี้ กระบวนการแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นทั้งหมดของสมาชิกสมาคม รวมทั้งของไทยยูเนี่ยนจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย (TFFA) ทุกรายไป
พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ประชุมสรุปผลการดำเนินคดีอาชญากรรมข้ามชาติ หรือคดีค้ามนุษย์ พร้อมแถลงปิดคดี ที่ สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 70 คน จับกุมแล้ว 18 คน อายัดตัว 12 คน เหลืออีก 38 คน และเยาวชน 2 คน อยู่ในระหว่างการเสนอขอหมายจับกุมจากศาล และจะแยกดำเนินคดีต่อศาลเยาวชน โดยอายัดทรัพย์รวมกว่า 190 ล้านบาท ส่วนของสำนวนพนักงานสอบสวนจะเสนออัยการศาลจังหวัดปากพนัง ในวันที่ 11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อไป







