
เอสซีจีมั่นใจ รัฐโหมลงทุน ศก.ปี'59ขยับ
เอสซีจีประเมินจีดีพีปี 2559 โต 4% หลังต้นทุนพลังลดฮวบ รัฐเดินหน้าเมกะโปรเจกต์
เอสซีจีประเมินจีดีพีปี 2559 โต 4% หลังต้นทุนพลังลดฮวบ รัฐเดินหน้าเมกะโปรเจกต์
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่า จะเติบโตได้มากกว่าปี 2558 เนื่องจากต้นทุนทางด้านพลังงานปรับลดลงอย่างมาก จึงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้มาก
ขณะที่ภาคการส่งออกนั้น จะปรับตัวดีขึ้นจากปี 2558 ที่ติดลบค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลจากเงินบาทไทยที่อ่อนค่าอยู่ที่ 35-36 บาท/เหรียญสหรัฐ ที่เป็นผลดีต่อการส่งออก แต่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน คำสั่งซื้อจากต่างประเทศถึงจะเริ่มกลับมา โดยจะเห็นคำสั่งซื้อที่ชัดเจนจากต่างประเทศในปี 2559
“ในปี 2558 เศรษฐกิจโลกแผ่วตัวลงอย่างมาก ทั้งเศรษฐกิจจีน ปัญหาในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกาที่ทำท่าจะฟื้นขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีฐานพลังงานที่เป็นของตัวเอง ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ลง ซึ่งบริษัทก็ได้รับผลกระทบจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ราคาในตลาดโลกปรับลดลง ทำให้การส่งออกได้รับผลกระทบเช่นกัน” นายกานต์ กล่าว
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลพยายามเร่งให้เกิดการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ด้วยการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลได้พยายามเร่งเดินหน้าลงทุน ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมือง ซึ่งหลายโครงการภายในไตรมาสแรกของปี 2559 จะได้ผู้รับเหมาก่อสร้างเกือบทั้งหมด ยิ่งช่วยทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ และจะทำให้การใช้ปูนซีเมนต์ภายในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงอย่างมากในเวลานี้ คือ ภาคการเกษตร เนื่องจากภัยแล้งเป็นปัญหาใหญ่ หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีผลกระทบจะมากขึ้น







