
"ปริญญา" วิเคราะห์เส้นทางร่างรธน.แนะอย่าใส่องค์กรมีอำนาจพิเศษ
"ปริญญา" เชื่อร่างรธน.จบแค่ฉบับ "มีชัย" เหตุคสช.อยู่นานกว่ารัฐประหารชุดอื่น แนะจับตาแก้ รธน. ชั่วคราวปีหน้าชี้เจตนา คสช. จะยอมตามโรดแม็ปจริงหรือไม่
"ปริญญา" เชื่อร่างรธน.จบแค่ฉบับ "มีชัย" เหตุคสช.อยู่นานกว่ารัฐประหารชุดอื่น แนะจับตาแก้ รธน. ชั่วคราวปีหน้าชี้เจตนา คสช. จะยอมตามโรดแม็ปจริงหรือไม่
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะนักนิติศาสตร์กฎหมายมหาชน กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ร่างรัฐธรรมนูญจะร่างสำเร็จและผ่านประชามติตามโรดแมปหรือไม่ว่า หากเป็นไปตามโรดแมปที่กำหนดไว้ 6-4-6-4 เดือน เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะตกเดือน พ.ค. 2560 แปลว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่มาครบ 3 ปีนับจากวันที่ยึดอำนาจ ซึ่งตามที่เรียนรู้กันมาประเทศไทยไม่เคยมีรัฐประหารคณะใดอยู่นานถึง 3 ปี ปกติอยู่ปีกว่า ๆ ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงคิดว่าเวลาตามโรดแมปดังกล่าวยาวนานพอแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าประชามติควรจะผ่าน แต่ไม่ได้หมายความว่า ตนจะบอกเชิญชวนประชามติลงมติให้ผ่าน แต่เป็นการบอกกับ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าควรจะต้องร่างให้พอรับได้ อะไรที่มีการทักท้วงก็อย่าไปใส่ในร่างรัฐธรรมนูญ
"ข้อที่คนไม่รับก็อย่าไปใส่ อย่างองค์กรที่มีอำนาจพิเศษเช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและความปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ก็อย่าให้มี" นายปริญญากล่าว
นายปริญญา กล่าวอีกว่า กติกาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 นั้นกำหนดการผ่านประชามติที่เขียนว่าต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ ควรแก้เป็นเสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิ เพราะคงเป็นไปได้ยากที่จะผ่านโดยเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ คำถามคือทำไมจึงเขียนให้ผ่านยาก เกิดจากการเขียนพลาดหรือจงใจ แต่เชื่อว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ น่าจะขอแก้รัฐธรรมนูยชั่วคราวดังกล่าว และต้องจับตาดูว่า คสช. จะแก้หรือไม่เป็นเรื่องสำคัญ ต้องรอดูถ้ามีการแก้ รัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้วให้เป็นเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิแทน ก็เท่ากับว่า คสช. อยากให้เป็นตามโรดแมป ไม่อย่างนั้นก็แปลว่าอยากอยู่ต่อไป
นอกจากนี้อีกข้อในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว คือ ถ้าไม่ผ่านประชามติจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีการเขียนไว้ จึงอนุมานว่าคงมีการตั้ง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาร่างใหม่ เวลานั้นฝ่ายตรงข้ามก็จะออกมาเรียกร้องให้เอาฉบับใดมาใช้แล้วเลือกตั้งใน 3 เดือน ผลคือแรงกดดันทั้งหมดจะพุ่งไปที่ คสช. เพราะรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านจะถูกตีความว่าไม่รับ คสช. ไปด้วย จึงเชื่อว่าทหารเขาต้องมีแผนสองรองรับเสมอ
"เข้าใจว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จร่างแรกปลายเดือน ม.ค.2559 เดือน ก.พ. หรือ มี.ค. คงเริ่มขยับเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวกันแล้ว"นายปริญญากล่าว
ต่อข้อถามว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจแก้ไขให้ไม่ต้องทำประชามตินั้น นายปริญญากล่าวว่า ยังไม่เห็นเหตุผลที่จะตัดประชามติทิ้ง เพราะร่างแรกไม่มีประชามติ พอคิดไปคิดมาเขาเทียบว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบปี 2535 (เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ) หรือเอาแบบประชามติรัฐธรรมนูญ 50 ที่ระบุว่าหากไม่ผ่านประชามติก็ให้เอาร่างใดร่างหนึ่งมาใช้ไปก่อน ซึ่งปี50 ก็ยังเดินหน้าจนผ่านประชามติได้ จึงคิดว่าโรดแมปคงหยุดแค่ 6-4-6-4 หรืออย่างมากก็ยืดเพิ่มมากขึ้นอีก 4 เดือน เพราะมากกว่านั้นก็จะถูกจับตา จะไปอ้างว่าต้องใช้เวลาอธิบายรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังไม่ชอบธรรมพอ
ทั้งนี้ปัญหาอุทยานราชภักดิ์คือจุดเริ่มต้นของขาลง ถ้าไม่แก้ปัญหาให้ดี ยิ่งอยู่นานไปก็ยิ่งเกิดปัญหา และถ้าปัญหาไม่ถูกเคลียร์ให้ดี ความชอบธรรมของคณะปฏิวัติลดลง ความชอบธรรมของประชาธิปไตยก็เพิ่มขึ้นมา ต้องดูว่ารัฐบาลจะสามารถมีคะแนนนิยมสูงไปได้เรื่อย ๆ ตลอดไปได้หรือไม่ โดยทางรัฐศาสตร์ไม่ง่าย ดังนั้นประชามติจะผ่านหรือไม่มันอยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าร่างมาดีพอ ก็ไม่คิดว่าคนส่วนใหญ่จะอยากให้ คสช. อยู่ไปนาน ๆ
"ผมเข้าใจว่าเขาจะไม่ร่างรอบสาม จะใช้เครื่องมือปี 50 คือเอาร่างใดร่างหนึ่งมาใช้ ก็จะทำให้ปัจจัยของคนที่อยากให้ คสช. อยู่นาน ๆ น้อยลง และถึงจุดหนึ่ง คสช. ก็ต้องยอมคลี่คลายบรรยากาศทางการเมือง เลิกข้อห้ามการแสดงออกอย่างเคร่งครัดให้คลายลงระดับหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องรอจนเสร็จทั้งฉบับ"นายปริญญากล่าว
นายปริญญายังกล่าวถึงภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยว่า ยังเร็วไปที่จะบอกว่าควรรับหรือไม่รับ เพราะเห็นแค่ประเด็นหลัก ๆ บางส่วน แต่วิธีดูข้อดีข้อเสียมีมาก ง่าย ๆ คือต้องไม่แย่กว่าฉบับเก่า เอาแค่ไม่แย่กว่าและพากลับสู่ประชาธิปไตยก็พอใจแล้ว ถามว่าที่ออกมา 60 % แย่กว่ามั้ย ต้องบอกว่าระบบเลือกตั้งยังดูชอบกล ยังยากจะฟันธงว่าระบบเลือกตั้งของฉบับนายมีชัยกับระบบคู่ขนานที่ใช้มาในรัฐธรรมนูญปี 2550 อย่างไหนจะดีกว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ ประชาชนเสียสิทธิที่จะแยกเลือกสองอย่าง
นายปริญญากล่าวว่า ส่วนตัวรับได้กับแนวคิดที่จะต้องให้พรรคการเมืองประกาศรายชื่อผู้ที่จะให้เป็นนายกฯ ก่อน แม้ผู้นั้นจะไม่เป็น ส.ส. ก็ตาม เพราะปัญหาในปี 2535 คือจู่ ๆ ใครก็ไม่รู้ โดยเฉพาะทหารที่ถูก ส.ส. เลือกมาเป็นนายกฯ จึงต้องแก้รัฐธรรมนูญสมัยนั้นเพื่อป้องกัน แต่หากมีกลไกต้องประกาศชื่อก่อนเลือกตั้ง ก็เท่ากับรายชื่อของบุคคลดังกล่าวต้องผ่านการเลือกตั้งทางอ้อมมาแล้ว และพรรคไหนจะเอาทหารมาเป็นนายกฯ ประชาชนก็จะได้ตัดสินใจว่าจะเลือกหรือไม่
นายปริญญากล่าวต่อว่าในส่วนของ สว. นั้น ยังต้องตามดูว่าที่มานั้นยึดโยงกับประชาชนแค่ไหน ปกติสืบทอดอำนาจจะผ่าน สว. แต่ถ้าเลือกตั้งทางอ้อมโดยประชาชนมีส่วนเลือกด้วยจริง ๆ ก็ไม่ถือว่าสืบทอดอำนาจ ต่อมาก็ดูว่ามีองค์กรที่มีอำนาจมาก ๆ หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปอยู่ในบทเฉพาะกาลตอนนี้ยังไม่เห็น
“สรุปแล้ว กรธ. ควรจะร่าง รธน. ให้ผ่านเพื่อกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 2560 เพราะ 3 ปีนับแต่ยึดอำนาจนับว่ายาวนานแล้ว ปัญหาที่ผ่านมาคือการหยุดชะงักของประชาธิปไตย ประชาธิปไตยมีปัญหาก็ต้องแก้ด้วยระบอบประชาธิปไตยจะผ่านเมื่อเนื้อหารับได้ แต่เจตนาของ คสช. เป็นยังไงต้องดูผ่านการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกครั้ง"นายปริญญากล่าว







