posttoday
AEC ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญา

AEC ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญา

10 ธันวาคม 2558

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ปลายปีนี้ AEC (ASEAN Economic Community) น่าจะเกิดได้ตามกำหนด ท่านนายกฯ ก็ไปประชุมผู้นำมาแล้ว แต่ฟังๆ ดูข่าวกลับแผ่วลงไปมาก แถมยังมีข่าวแพลมๆ มาอีกว่าต้องเลื่อนออกไป ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเลื่อนกันมาหนหนึ่งแล้ว ก็ยังพูดกันจนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งคงเพราะเมื่อมาดูในรายละเอียดของแผนที่นำทาง (Roadmap) จะเห็นได้ว่ามีการปฏิบัติหลายประการที่ทำไม่ได้ตามเป้า ทั้งด้วยเหตุผลความไม่พร้อมของประเทศอาเซียนเอง หรือกระบวนการแก้ไขกฎหมาย หรือระเบียบภายในประเทศสมาชิกยังไม่เสร็จเรียบร้อย ทำให้ต้องไปตามหาข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาว่ามีอะไรที่ปฏิบัติได้ตามกำหนดเวลาสิ้นปีนี้ หรือมีอะไรที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ และต้องยืดเวลาออกไป (Rollover) เพราะเท่าที่จำได้ปฏิบัติการตาม Roadmap หรือ Action Plan เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาที่อาเซียนตกลงกันไว้เมื่อเป็น AEC ก็น่าจะประมาณ 28 เรื่อง

จากการติดตามสอบถามและได้ความอนุเคราะห์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้ทราบว่า ยังมีอีกประมาณ 10 เรื่อง จากทั้งหมด 28 เรื่อง ที่ต้องขยายเวลาออกไปอีก 6–10 เดือน หรือบางกิจกรรมก็ย้ายไปไว้ในแผนปฏิบัติการปี 2016–2025 เลยทีเดียว เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในปี ค.ศ. 2015 นี้ โดยบางประเทศ หรือหลายๆ ประเทศในสมาชิกอาเซียน ตัวอย่างเช่นกรณีเครื่องหมายการค้า หลายท่านคงยังจำกันได้ว่า สมาชิกอาเซียนกำหนด Roadmap ไว้ว่าจะลดระยะเวลาเฉลี่ยการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีคนคัดค้านให้เหลือ 6 เดือน รวมทั้งประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกพิธีสารกรุงมาดริด (Madrid Protocol) ก็จะเข้าเป็นสมาชิกพิธีสารนี้ภายในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งพิธีสารกรุงมาดริดนี้จะช่วยให้สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศได้โดยไม่ต้องเดินทางไปจดทะเบียนในประเทศที่ต้องการจด

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ายังไม่มีประเทศใดในอาเซียนนอกจากกัมพูชาที่พร้อม จึงไม่สามารถดำเนินการกันได้ภายในปี ค.ศ. 2015 นี้ และต้องขยายระยะเวลาไปอีก 6–10 เดือน และในกรณีของการเข้าเป็นสมาชิกของพิธีสารกรุงมาดริดนั้น ปรากฏว่ายังมีอีก 5 ประเทศที่ยังไม่เข้าเป็นสมาชิกพิธีสารกรุงมาดริด ได้แก่ ลาว บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย สำหรับประเทศไทยนั้น ได้ทราบว่ามีการแก้ไขพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 เพื่อรองรับการเป็นสมาชิกพิธีสารมาดริดแล้ว และได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว การขยายเวลาให้อีก 6–10 เดือน จึงน่าจะทำให้ประเทศไทยสามารถเข้าเป็นสมาชิกพิธีสารมาดริดได้ คงไม่นานเกินรอ

กรณีที่เกี่ยวกับสิทธิบัตร คือ ประเทศสมาชิกอาเซียนตกลงกันว่าจะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT–Patent Cooperation Treaty) ภายในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งอนุสัญญานี้จะอำนวยความสะดวกในการยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ โดยจะถือว่าเวลาที่มีการจดสิทธิบัตรในประเทศต้นทางเป็นเวลาที่จดสิทธิบัตรใน ประเทศที่ต้องการด้วย แต่การที่ประเทศสมาชิก PCT จะจดสิทธิบัตรให้หรือไม่ ต้องขึ้นกับกฎหมายของประเทศสมาชิกอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้มีการดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรอาเซียน (ASPEC–ASEAN Patent Search Examination Cooperation) ซึ่งจะทำให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรสามารถนำผลการตรวจสอบของประเทศอาเซียนอื่นๆ มาใช้อ้างอิง ประกอบการพิจารณาจดสิทธิบัตรได้ เป็นการลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และช่วยให้การตรวจสอบสิทธิบัตรมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น Roadmap จึงกำหนดให้อาเซียนมีการแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบสิทธิบัตรตามโครงการ ASPEC อย่างน้อย 5% ของคำขอสิทธิบัตรที่ยื่นไว้ภายในปี ค.ศ. 2015

ผลปรากฏว่ายังมีสมาชิกอาเซียนที่ยังไม่สามารถเข้าเป็นภาคี PCT ได้ครบ และผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะรวมถึงยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนผลการตรวจสอบตาม ASPEC ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลความคืบหน้าที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ว่ามีกี่ประเทศที่ปฏิบัติไม่ได้ และต้องเลื่อนไปเมื่อใด

สำหรับประเทศไทยนั้นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร หรือ PCT แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ผู้เขียนจะเกษียณอายุราชการ และในส่วนของโครงการ ASPEC ทราบว่ามีการดำเนินการไปแล้ว แม้จะไม่มากนัก จนถึงปัจจุบันน่าจะมีคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรภายใต้โครงการ ASPEC ที่ยื่นมาที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จำนวน 17 คำขอ

ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ตาม Roadmap อีกที่อาเซียนพลาดเป้าไป แต่คงต้องไว้ลงกันฉบับหน้าต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท