
บุคคลแห่งปี
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ออกมาแล้วสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนวานนี้ค่ะ สำหรับบุคคลแห่งปี 2015 ของนิตยสารไทม์ ซึ่งปีนี้ออกมาค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งของเยอรมนี “อังเกลา แมร์เกิล” เธอสามารถเบียดเหล่าผู้นำที่บัญชาการรบกันในสงครามตัวแทนของซีเรียได้ และเบียดกระแสการเมืองในสหรัฐที่เผ็ดร้อนขึ้นได้สำเร็จได้ขึ้นเป็นบุคคลแห่งปี
ปล่อยให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังเป็นกระแสถูกด่าไปทั่วโลก จากแผนกีดกันไม่ให้ชาวมุสลิมเข้าประเทศสหรัฐ และปล่อยให้ อาบู บาการ์ อัล แบกดาดี ผู้นำกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นผู้เข้ารอบรองชนะเลิศตามมาติดๆ
ครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี ที่มีผู้หญิงได้ครองปกหนังสือไทม์กับตำแหน่งทรงอิทธิพลนี้
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแมร์เกิลที่ดูไม่มีความโดดเด่นเลยในรอบปีนี้ถึงได้เป็นบุคคลแห่งปี
โดยเฉพาะหากเทียบกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่แทบจะครองพื้นที่สื่อได้รายวันกับปัญหาในซีเรียและการกระทบกระทั่งกับตุรกี หรือแม้แต่ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ที่เพิ่งผ่านเหตุโจมตีปารีสมา และยังเดินหน้าหาพันธมิตรร่วมถล่มไอเอสอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลของไทม์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการชิงพื้นที่หน้าสื่อ แต่ดูถึงเนื้อในที่เยอรมนี นำโดยแมร์เกิลสามารถทำให้สหภาพยุโรปยังคงความเป็นการรวมกลุ่มยุโรปอยู่ได้ถึง 3 ครั้งในปีนี้
จากที่เคยเป็นผู้นำหลักของการแก้วิกฤตการณ์หนี้ยุโรป และต่อกรไม่ให้รัสเซียเข้าขย้ำยูเครนมาแล้ว มาปีนี้แมร์เกิลรับบทนำอีกครั้งกับการแก้ปัญหาหนี้กรีซ ที่เสี่ยงต่อการทำให้กลุ่มยูโรโซนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากที่เพิ่งรวมตัวกันยังไม่ถึง 20 ปี
แถมยังต้องใช้ความแข็งแกร่งเด็ดขาดรับมือกับวิกฤตการณ์ผู้อพยพที่เต็มไปด้วยเสียงต่อต้าน แม้กระทั่งในบ้านของตัวเอง และล่าสุดยังต้องรับมือกับปัญหาการก่อการร้ายที่สร้างความหวาดผวาในยุโรปด้วย
เหตุผลข้างต้นนี้ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะการเปิดรับผู้อพยพที่เป็นหลักการสำคัญของประเทศยุโรป ภายหลังจากที่ระเบิดปารีสทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกันขึ้นมา คนยุโรปไม่ไว้ใจผู้อพยพ ทุกวันนี้แมร์เกิลแทบจะไม่มีเสียงสนับสนุน ซ้ำยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล ถูกคนเยอรมันด่าว่าเสียๆ หาย ถึงขั้นว่าเป็นโสเภณีก็มี ส่วนคะแนนนิยมก็ลดฮวบเหลือเพียงแค่กว่า 20%
แต่สุดท้ายแล้ว ผู้นำหญิงแกร่งเมืองเบียร์ก็เลือกที่จะคงความเข้มแข็งและยืนหยัดในหลักการที่เธอเชื่อว่าเป็นเรื่องถูกต้อง โดยใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวด้วยคำกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เราทำได้”







