posttoday
รอบคอบแก้ปิโตรฯ

รอบคอบแก้ปิโตรฯ

10 ธันวาคม 2558

เมื่อทั้งสองฝ่ายที่ขัดแย้งในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ... และแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ... ต่างก็เชื่อว่ามีความหวังดีต่อการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จริง ผลสุดท้ายของความเห็นต่างดังกล่าว ก็น่าจะได้ทางออกที่เกิดประโยชน์กับส่วนรวม และเกิดความรอบคอบมากขึ้น

เมื่อทั้งสองฝ่ายที่ขัดแย้งในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ... และแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ... ต่างก็เชื่อว่ามีความหวังดีต่อการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จริง ผลสุดท้ายของความเห็นต่างดังกล่าว ก็น่าจะได้ทางออกที่เกิดประโยชน์กับส่วนรวม และเกิดความรอบคอบมากขึ้น

ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไข 2 กฎหมายดังกล่าว โดยให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปปรับปรุงรายละเอียดใน 26 ประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง ก่อนเสนอร่างกฎหมายให้ ครม.อีกครั้ง และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ต่อไป

สำหรับ 26 ข้อขัดแย้งที่ต้องแก้ไข แบ่งเป็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ... 11 ประเด็น และแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ... 15 ประเด็น โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไข เช่น เพิ่มแนวทางการสำรวจปิโตรเลียมในระบบจ้างผลิต จากเดิมที่ใช้ระบบสัมปทานกับระบบแบ่งปันผลผลิต หรือพีเอสซี ประเด็นจัดตั้งบรรษัทปิโตรเลียมแห่งชาติ ประเด็นคำนวณปริมาณ กำหนดเวลา และสถานที่ที่ใช้ในการกำหนดราคา ประเด็นกำหนดกำไรสุทธิ เพื่อกำหนดราคาขายปลีกปิโตรเลียมในราคาที่เหมาะสม

เป็นที่ทราบกันว่าภาครัฐพยายามดันแก้ไขร่างกฎหมายพลังงานดังกล่าวออกมา ด้วยเหตุผลเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศที่ต้องวางแผนระยะยาว โดยเตือนว่าหากใน 4-5 ปี ไม่มีการตัดสินใจในเรื่องนี้ ไม่มีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 อาจจะทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานมีความเสี่ยง จากแหล่งพลังงานในประเทศที่ไม่มีการสำรวจแหล่งผลิตสำรองใหม่ๆ เพิ่ม ส่วนแหล่งผลิตเดิมก็ให้ผลผลิตลดลงต่อเนื่อง

ขณะที่ฝ่ายต้านเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม 2 ฉบับดังกล่าว เป็นการแก้ไขภายใต้แนวคิดของกระทรวงพลังงาน โดยแทบไม่มีการนำข้อเสนอ ความคิดเห็นของฝ่ายอื่น เข้าไปร่วมในการแก้ไข พร้อมระแวงว่าจะเป็นการแก้ไขเพื่อเอื้อให้เอกชนบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ไทยและต่างประเทศ ที่กำลังจะหมดสัมปทานเดิมในปี 2565 และปี 2566 รวมทั้งเสนอวิธีการเปิดสัมปทานในรูปแบบต่างๆ วิธีบริหารจัดการกับปิโตรเลียมที่สำรวจและขุดได้ภายใต้แนวคิด เมื่อเป็นทรัพยากรของชาติ ก็ควรจะจัดสรรให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม มากกว่ากำหนดเงื่อนไขให้ดึงบริษัทเอกชนเข้ามาลงทุน เข้ามาเสี่ยงในการเจาะสำรวจขุดขึ้นมาคุ้มค่า

บนความหวังดีจากภาครัฐที่ต้องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว กับภาคประชาชนที่ต้องการให้ทรัพยากรปิโตรเลียมของชาติควรจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพยากร จนนำมาสู่การแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมดังกล่าว จึงเชื่อว่าความหวังดีน่าจะหาสมดุลของสองแนวคิดดังกล่าวได้ หากรัฐเปิดให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขครั้งนี้มากขึ้น ให้รอบคอบขึ้น รวมทั้งขณะนี้น้ำมันโลกอยู่ในช่วงขาลงต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นราคาที่ไม่จูงใจให้ลงทุนสำรวจอยู่แล้ว

ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว หากช้าอีกนิด รอบคอบอีกหน่อย ก็น่าจะเกิดประโยชน์มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท