posttoday
ไอซิส จริงหรือปลอม

ไอซิส จริงหรือปลอม

10 ธันวาคม 2558

เรื่องตื่นเต้นเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องข่าวสมาชิกผู้ก่อการร้ายไอซิสลักลอบเข้าไทย เพราะต้นตอของข่าวดูน่าเชื่อถือ และยังยืนยันจากเอกสารลับของราชการไทยให้ช่วยกันตรวจสอบ ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไปตามๆ กัน แต่ถ้าเราตั้ง “สติ” ค่อยๆ คิด ใช้เหตุผลประกอบ ค่อยหาสาเหตุไปทีละน้อย ผู้ก่อการร้ายคงไม่เร่งรีบทำอะไร  โดยเฉพาะเมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ หากมีผู้ก่อการร้ายจริงๆ ก็คงเปิดหนีกันไปหมดแล้ว

เรื่องตื่นเต้นเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องข่าวสมาชิกผู้ก่อการร้ายไอซิสลักลอบเข้าไทย เพราะต้นตอของข่าวดูน่าเชื่อถือ และยังยืนยันจากเอกสารลับของราชการไทยให้ช่วยกันตรวจสอบ ทำให้คนไทยตื่นตระหนกไปตามๆ กัน แต่ถ้าเราตั้ง “สติ” ค่อยๆ คิด ใช้เหตุผลประกอบ ค่อยหาสาเหตุไปทีละน้อย ผู้ก่อการร้ายคงไม่เร่งรีบทำอะไร  โดยเฉพาะเมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ หากมีผู้ก่อการร้ายจริงๆ ก็คงเปิดหนีกันไปหมดแล้ว

เวลานี้ชื่อของ “ไอซิส” ดังเป็นพลุแตก แต่ดังในทางที่เหมือนกับเป็น “คนร้ายของโลก” ไปแล้ว เมื่อ 10 ปีก่อน ขบวนการ “อัลกออิดะห์” ดังเป็นพลุแตกเมื่อบุกโจมตีและก่อการร้ายถึงใจกลางสหรัฐ ซึ่งไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนตั้งแต่ตั้งประเทศจนกระทั่งถึงวันที่ 11 ส.ค. 2554 ในเอเชียแถวนี้ก็มีขบวนการเจไอ วันนี้คนลืมอัลกออิดะห์และเจไอไปหมดแล้ว

แต่ทั่วโลกกำลังกล่าวขวัญถึงความโหดร้ายทารุณผิดมนุษย์ของขบวนการไอซิสซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงสุดโต่งในซีเรียที่เที่ยวไล่ยิง ตัดคอ เผาไฟคลอกตัวประกันสัญชาติต่างๆ ตายทั้งเป็น ซ้ำยังถ่ายวิดีโอเผยแพร่ไปทั่วโลกให้คนเห็นแบบสดๆ อีกด้วย ล่าสุดได้วางระเบิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีคนตายและบาดเจ็บนับร้อยคน เวลานี้กำลังขู่ที่จะก่อการร้ายในกรุงลอนดอน กรุงโรม และกรุงวอชิงตัน อีกด้วย ทำให้โลกตื่นตระหนกกันยกใหญ่

ทำไปทำมาก็หนีไม่พ้นมีอเมริกันเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะกลุ่มไอซิสออกมาเปิดเผยว่าอเมริกาเป็นผู้ให้การสนับสนุนทั้งเงินทอง อาวุธกระสุน การข่าวกรอง เพื่อให้ไปล้มรัฐบาลอัล-อัสซาด แห่งซีเรียที่อเมริกันไม่ชอบ ตุรกีซึ่งเป็นสมุนใกล้ชิดสหรัฐกลายเป็นผู้รับซื้อน้ำมันเถื่อนจากไอซิสที่เข้ายึดครองบ่อน้ำมันหลายหลุมในอิรัก อเมริกาช่วยไอซิสเพื่อจะโค่นล้มรัฐบาลอัล-อัสซาด ซึ่งมาจากการเลือกตั้งให้ได้

กลับมาเรื่องของเราดีกว่า ข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกอ้างว่ามาจากตำรวจสันติบาลซึ่งได้รับรายงานจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งสถานทูตรัสเซียได้ให้ข้อมูลเพื่อขอความร่วมมือในการป้องกันผลประโยชน์ของรัสเซียในไทยอาจถูกผู้ก่อการร้ายไอซิสโจมตี ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องพิจารณาอย่างน้อยใน 3 ประเด็น คือ (1) ข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่อย่างไร (2) ทำไมข่าวนี้ซึ่งถือว่าเป็นความลับที่ปรากฏอยู่ในเอกสารราชการระดับ “ลับมาก” จึงหลุดรอดออกมาจนสื่อมวลชนนำออกมาตีพิมพ์หราในหน้าหนึ่ง (3) ผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป

ในข้อแรก ข้อมูลดังกล่าวดูน่าเชื่อถือเพราะคนให้ข่าวรู้หมดว่าผู้ก่อการร้ายเข้ามากี่คน เข้ามาเมื่อไร แยกย้ายกันไปที่ไหนบ้าง คนที่รายงานข่าวแบบนี้ได้แสดงว่าต้องมีสายลับที่ “เข้าถึง” เป้าหมายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อติดตามสถานการณ์ก็มีความเป็นไปได้สูงเพราะรัสเซียเพิ่งส่งเครื่องบินไปถล่มกองกำลังไอซิสในซีเรียจนเสียหายยับเยิน ทำลายบ่อน้ำมันซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของไอซิส ผู้ก่อการร้ายตอบโต้ด้วยการวางระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกทั้งลำ ไอซิสประกาศที่จะแก้แค้นรัสเซียให้ได้

ในประเทศไทย มีผลประโยชน์ของรัสเซียมากมาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรัสเซียที่นิยมมาท่องเที่ยวในไทย ส่วนใหญ่พักอยู่ที่พัทยา บางส่วนไปเที่ยวภูเก็ต ทางการไทยก็ต้องตื่นตัวเพราะผู้ก่อการร้ายอุยกูร์ หรือขบวนการเติร์กเมนิสถานตะวันออกเพิ่งระเบิดศาลพระพรหมไปเมื่อไม่นานมานี้ หากรัสเซียได้ข่าวชั้นเยี่ยมขนาดนี้แล้ว ไม่น่าจะรอดมือตำรวจไทยไปได้ ในเวลาไม่กี่วัน ตำรวจก็มีรูป มีรายชื่อบุคคลที่ต้องสงสัยประกาศไปทั่วทางสื่อออนไลน์ อีกไม่นานก็มีนักท่องเที่ยวซีเรียที่ปรากฏรูปและชื่อมารายงานตัว ยืนยันว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง เวลานี้ตำรวจรู้หมดว่ามีนักท่องเที่ยวจากซีเรียประมาณ 20 คนเท่านั้นที่อยู่ในไทย และรู้ว่าใครเป็นใคร แต่สรุปแล้วยังหาผู้ก่อการร้ายไอซิสไม่พบ

เรื่องข้างบนเรียกว่าสำคัญแล้ว แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเมื่อเอกสารลับของตำรวจสันติบาล “ลับมาก” เกี่ยวกับคำสั่งให้สืบสวนผู้ก่อการร้ายไอซิสรอดไปยังสื่อมวลชน ทำให้ตำรวจสันติบาลถูกวิจารณ์อย่างมากที่ปล่อยให้เอกสารลับมากหลุดออกไป อันเป็นการผิดระเบียบการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และระเบียบว่าด้วยความลับของทางราชการ และผิดวินัยราชการ  

ส่วนผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแต่ลักลอบนำเอกสารลับไปเปิดเผยน่าจะผิดกฎหมายอาญาด้วย บางคนแก้ตัวให้กับตำรวจว่า ตำรวจอาจจงใจปล่อยข่าวเพื่อให้ผู้ก่อการร้ายรู้ตัวว่าเจ้าหน้าที่ทราบความเคลื่อนไหวจะได้ไม่กล้าลงมือก่อเหตุร้ายและหนีไป แต่คนทั่วไปไม่เชื่อว่าเป็นความจงใจปล่อยให้เอกสารรั่ว แต่น่าจะมีเจ้าหน้าที่เอาให้ผู้สื่อข่าวดูโดยไม่คิดว่าจะมีการนำเอกสารลับไปตีพิมพ์เผยแพร่เช่นนี้ เรื่องแบบนี้คงจะเงียบหายไปไม่ได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ต้องออกมาชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบเพื่อหาทางแก้ไขและป้องกันต่อไป

การที่เอกสารลับสำคัญของทางราชการหลุดรั่วออกมาได้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนทั่วไป เพราะประชาชนยังขวัญเสียจากกรณีเหตุระเบิดที่ศาลท่านท้าวมหาพรหม ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งหัวโจกที่วางแผนหลบหนีไปได้และหายตัวไปที่ตุรกี โดยที่ทางการตุรกีอ้างว่าหาตัวไม่เจอ เจอแต่สองสามีภรรยาซึ่งเป็นหญิงไทยแต่งงานกับชายตุรกี ซึ่งยังไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน สำหรับมือระเบิดที่ถูกจับในไทยนั้นเพิ่งถูกสั่งฟ้อง ดังนั้นจะโทษคนไทยที่หวาดกลัวคงไม่ได้ เพราะเพิ่งเจอประสบการณ์ผ่านไปไม่กี่เดือนมานี้เอง

หากเอกสารลับมากของตำรวจสันติบาลไม่หลุดรั่วออกไป และตำรวจร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ควานหา แกะรอย ทำแบบเงียบๆ แบบที่สันติบาลเคยทำมาแล้วจนสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่ นำไปสู่การจับกุมหรือกดดันจนคนร้ายหนีออกนอกประเทศ น่าจะเป็นการกระทำที่เหมาะสมกว่าเพื่อไม่ให้ประชาชนตระหนก คนไทยจะรู้ก็ต่อเมื่อเราจับผู้ก่อการร้ายได้แล้ว หรือผู้ก่อการร้ายหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว และทางการสามารถป้องกันเหตุร้ายได้ซึ่งจะทำให้ประชาชนไว้ใจทางการมากขึ้น

อย่างไรก็ดี มีข่าวว่าอเมริกาสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วเอาไปบอกรัสเซียเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ดูดีขึ้น แต่ไม่ยอมบอกกับหน่วยข่าวไทย จนสถานทูตรัสเซียต้องมาประสานกับ สมช.โดยตรง ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร คนไทยอย่าตระหนก ขอเพียงตระหนักว่าเมืองท่องเที่ยวแบบไทยอาจมีคนไม่ดีเข้ามาได้เสมอ คนไทยต้องใช้โอกาสนี้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางการไทย เพราะเมืองไทยเวลานี้มีคนต่างด้าวไม่รู้ว่าใครเป็นใครเข้ามาเดินเพ่นพ่านกันไปหมด แม้แต่มิตรก็ยังไว้ใจกันไม่ค่อยได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท