
รัฐตั้งหลักกม.ปิโตรเลียม
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติตีกลับร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เนื่องจากเห็นว่ายังมีการเคลื่อนไหวคัดค้าน จึงลดกระแสการต่อต้านด้วยการเห็นชอบให้นำความเห็นที่ยังมีความขัดแย้งใน 26 ประเด็น ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติตีกลับร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เนื่องจากเห็นว่ายังมีการเคลื่อนไหวคัดค้าน จึงลดกระแสการต่อต้านด้วยการเห็นชอบให้นำความเห็นที่ยังมีความขัดแย้งใน 26 ประเด็น ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
นอกจากนี้ ยังกำชับให้เพิ่มจำนวนกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย จาก 15 คน เป็น 30-35 คน เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ทั้งจาก สนช. กระทรวงพลังงาน ภาคประชาชน นักวิชาการ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
สำหรับประเด็นที่ยังมีข้อขัดแย้งแบ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 11 เรื่อง และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 15 เรื่อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้มีทางเลือกแนวทางการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ ระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลิต (พีเอสซี) และระบบจ้างผลิต พร้อมทั้งเสนอให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นผู้บริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม
ขณะที่กระทรวงพลังงาน เห็นว่า การเพิ่มระบบจ้างผลิตควรเป็นการดำเนินการในระยะยาว เพราะยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียดและการใช้ระบบสัมปทานและระบบ
พีเอสซีมีความเหมาะสมแล้ว
รวมทั้งเสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการคำนวณปริมาณ การกำหนดราคา และสถานที่ที่ใช้ในการกำหนดราคา โดยให้ระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสามารถแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ด้านประเด็นภาษีปิโตรเลียมฯ เรื่องรายได้ปิโตรเลียมที่ใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิควรกำหนดราคาปิโตรเลียมให้มีความเหมาะสม ซึ่งไม่ควรกำหนดเรื่องราคามาตรฐานและส่วนลดราคามาตรฐาน
ส่วนเรื่องการแก้ไขราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในราชอาณาจักรเพื่อให้การกำหนดราคาขายปิโตรเลียมและส่งออกมีความชัดเจนเป็นไปตามหลักสากลนั้น กระทรวงพลังงานเห็นว่าการแก้ไขสามารถทำได้แต่อาจไม่สร้างความยืดหยุ่นและแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ทัน
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามมติ ครม.ถือว่ายังไม่ได้ผ่านร่างกฎหมายปิโตรเลียม แต่สิ่งที่กระทรวงพลังงานเสนอ ครม.เป็นการนำความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ได้มีการพิจารณาไว้มารายงาน ครม. พร้อมกับความเห็นของกระทรวงพลังงานในแต่ละเรื่อง โดยมีทั้งหมด 26 ประเด็นที่ต้องทบทวนรายละเอียด โดยเฉพาะในประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง
“กระทรวงพลังงานต้องการให้ทุกฝ่ายสบายใจ ซึ่งพร้อมรับฟังความเห็น เพราะไม่อยากขัดแย้งกับใคร เรามีเจตนาเดียวกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ” พล.อ.อนันตพร กล่าว
พล.อ.อนันตพร กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 21 จะเกิดขึ้นได้เมื่อใดนั้น ขณะนี้ขอให้มอง 2 ประเด็น คือ 1.ทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะมีความคุ้มค่าในการลงทุนสำรวจปิโตรเลียมหรือไม่ 2.รายได้ภาครัฐที่เกิดจากการสำรวจจะน้อยลง หากพิจารณาแล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ก็ได้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เพียงรับทราบข้อเสนอเท่านั้น เนื่องจากยังมีความเห็นขัดแย้งกันในหลายประเด็น จึงขอให้มีการทบทวนสาระสำคัญในคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนายกฯ เป็นห่วงว่าหากนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนจะไม่มีข้อยุติ และเพื่อให้เกิดความสบายใจว่ารัฐบาลรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย







