posttoday
เล็งเพิ่มโทษศิษย์เก่ายุยงให้นักเรียนตีกัน

เล็งเพิ่มโทษศิษย์เก่ายุยงให้นักเรียนตีกัน

08 ธันวาคม 2558

"บิ๊กต๊อก" ร่วม "บิ๊กหนุ่ย" ถก แก้ปัญหานักเรียนนักเลง เล็งเพิ่มโทษบุคคลภายนอกยุงยงให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท-ให้ผู้ปกครองร่วมรับผิดชอบ

"บิ๊กต๊อก" ร่วม "บิ๊กหนุ่ย" ถก แก้ปัญหานักเรียนนักเลง เล็งเพิ่มโทษบุคคลภายนอกยุงยงให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท-ให้ผู้ปกครองร่วมรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 1/2558 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู่ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงนุติธรรม รักษาราชการ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายณรงค์ ระตนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กรมราชทัณฑ์ และกองทัพบก (ทบ.) โดยใช้เวลาการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวหลังการประชุมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการหารือกันในเรื่องของข้อกฎหมาย โดยจะเน้นไปในแนวทางของการป้องกันเชิงบวก ส่วนในแง่ของกฎหมายอยู่ 5-6 ประเด็น ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องมีอยู่ 4 กลุ่มคือ 1.นักเรียนนักศึกษา 2.ผู้ปกครอง 3.สถาบันการศึกษา และ 4.บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นศิษย์เก่า โดยเราจะศึกษาดูในแต่ละเรื่องจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ซึ่งจะดูเกี่ยวกับมาตรการคุมประพฤติ กฎหมายส่งเสริมเด็กและเยาวชน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กฎหมายอาญา รวมถึงการนำเอามาตร 22/2558 เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นมาใช้ควบคู่ไปด้วย

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุป คือ 1.เห็นชอบให้พิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงศึกษาธิการที่ออกตามความในมาตรา 63 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนนักศึกษาและสร้างความปลอดภัยในสังคม 2.สนับสนุนให้พิจารณาใช้มาตรการกำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติของศาลเยาวชนและครอบครัวต่อเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 โดยให้ศธ. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ร่วมกันพิจารณาเสนอแนวทางในการดำเนินการ

3.เห็นชอบให้มีการศึกษามาตรการพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการพัฒนานักเรียนและนักศึกษาเพิ่มเติม 4.เห็นควรให้ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในปัญหานี้ หากปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมทะเลาะวิวาท ตามนัยมาตรา 26(3) และมาตรา 30 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และให้พิจารณาแนวทางของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 ประกอบการปรับปรุงแก้ไขด้วย 5.ศธ.จะพิจารณาบทบาทตามกฎหมายของศูนย์เสมารักษ์ หรือสารวัตรนักเรียนเดิม ว่าจะเพิ่มอำนาจหน้าที่ได้อย่างไรบ้าง และสามารถตั้งสารวัตรนักเรียนให้เป็นผู้ช่วยพนักงานได้หรือไม่ และ 6.เห็นชอบให้พิจารณาประเด็นที่บุคคลภายนอกเข้ามามีอิทธิพลในทำนองยุยงส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษากระทำผิดว่า ควรกำหนดมาตรการขยายผลอย่างไร และควรปรับแก้ไขเพิ่มเติมโทษในเรื่องนี้หรือไม่

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือกันในเรื่องของกฎหมายเท่านั้น อยากให้สื่อเข้าใจว่า สิ่งที่เรากำลังทำคู่กันไปคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กที่กำลังเรียน เพราะฉะนั้นเราเข้าใจดีว่า ถ้าเด็กเรียนอาชีวะอยู่ ที่เรียนเทคนิคที่กำลังมีปัญหาอยู่ ถ้าพวกเขาเห็นอนาคตเขาชัด ก็จะมีความยับยั้งชั่งใจที่จะไปก่อเหตุไม่ดี ดังนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่ทำอยู่แล้ว เรามีทวิภาคี มีทวิศึกษา ที่จะให้เด็กเหล่านี้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ซึ่งเป็นการแก้ไขในเชิงบวก ที่เราพยายามทำอยู่

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการป้องกันเพื่อไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ที่ผ่านมา เราสามารถทำให้สถิตินักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทหรือตีกันลดลงได้แล้ว ซึ่งมีข้อมูลเด็กนักเรียนที่เคยอยู่ในสถิติ 27 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นอาชีวะ ของรัฐบาล 7 แห่ง และของเอกชน 20 แห่ง ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งที่เคยทะเลาะวิวาทกันได้ลดจำนวนหายไปแล้ว เป็นมาตรการที่ใช้ในการแก้ไขตั้งแต่ปี 2557 อย่างไรก็ตาม เหตุทะเลาะวิวาทที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันนั้น ตนจะกลับไปศึกษาดูอีกครั้งว่าเราล่ะหลวมในขั้นตอนไหนบ้าง หรือสถาบันแต่ละที่ไม่สามารถทำตรงไหนได้บ้าง ซึ่งเราก็จะเข้าไปดูในเรื่องนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท