
เจ้าของห้างผ้าขอบริจาค28ล.ในนามชาวนครฯซ่อมยอดพระธาตุ
เจ้าของห้างขายผ้าขอบริจาคเงิน 28 ล้าน เพื่อซื้อทองคำซ่อมปลียอดพระบรมธาตุในนามชาวนครฯ เผยหวังเห็นในหลวงทรงแย้มพระสรวล
เจ้าของห้างขายผ้าขอบริจาคเงิน 28 ล้าน เพื่อซื้อทองคำซ่อมปลียอดพระบรมธาตุในนามชาวนครฯ เผยหวังเห็นในหลวงทรงแย้มพระสรวล
หลังจากนายจิมมี ชวาลา อายุ 58 ปี นักธุรกิจเจ้าของห้างผ้าชื่อดังในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศมอบเงินจำนวน 28 ล้านบาท ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์เพื่อจัดซื้อทองคำ 20 กิโลกรัมเพื่อบูรณะปลียอดทองคำขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช จนเป็นที่ชื่นชมกันอย่างกว้างขวางนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายจิมมี กล่าวว่า ได้ร่วมหารือกับ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พล.ต.ธีร์ณฉัฎ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 พบว่า มีข้อจำกัดการใช้จ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ หากนำมาบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์จะเป็นการใช้เงินที่ผิดวัตถุประสงค์ที่มุ่งไปในทางการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติและได้รับความเดือดร้อนในด้านต่างๆ จึงมีการปรับแผนด้วยการเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อดูแลเงินจำนวนนี้ให้มีการใช้จ่ายไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหากจังหวัดมีการจัดตั้งขึ้นมาแล้วก็จะส่งมอบเงินให้แล้วเสร็จ
นายจิมมี กล่าวว่า สาเหตุของการบริจาคเงินจำนวน 28 ล้านบาท สืบเนื่องมาจาก ได้เข้าร่วมการสวดมนต์โภชฌังคปริตร ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีการพูดคุยกับรอง ผบ.สส. ถึงสภาพความทรุดโทรมขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ จึงตัดสินใจบริจาคเงินจำนวนนี้ ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 40 วินาทีในการตัดสินใจ ครั้งแรกตั้งใจบริจาคผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อหวังให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยิ้มที่ทรงทอดพระเนตรเห็นชาวไทย ชาวนครศรีธรรมราช ตั้งใจที่จะร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แค่เพียงพระองค์ทรงแย้มพระสรวลเชื่อว่าทุกคนจะมีความสุขมาก
"แม้ว่าเงินจำนวน 28 ล้านจะเป็นเงินที่มาก แท้จริงแล้วไม่ใช่เงินของผมเป็นเงินที่ชาวนครศรีธรรมราช จากลูกค้าเข้าไปอุดหนุน เงินทั้งหมดผมเพียงเป็นไปรษณีย์ส่งต่อ ทุกบาททุกสตางค์จึงบริจาคในนามชาวนครศรีธรรมราชทุกคน ไม่ใช่ในนามของนายจิมมี ชวาลา สิ่งที่ผมสูญเสียไปคือความยึดมั่นความเป็นของเรา ตัวเรา จึงทำให้รู้สึกเบาสบาย"นายจิมมีกล่าว
ด้าน นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสรุปแผนการซ่อมบำรุงแล้ว โดยในขณะนี้ได้เสนอไปยังอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อนำความเข้ากราบบังคมทูลทรงทราบ ถึงสภาพปัญหาและความจำเป็นในการบูรณะ เพื่อทรงมีพระบรมราชานุญาต หลังจากนั้นจะมีการบูรณะในเร็วๆนี้โดย กลุ่มงานโลหะประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร
"เราต้องรื้อในส่วนที่ชำรุดที่เกิดจากการชำรุดตามเวลา วัสดุที่เป็นปัญหาคือที่บุกอยู่ใต้แผ่นทองต้องรื้อแผ่นทองออกเพื่อแก้ไข อีกส่วนที่เป็นปัญหาคือตะปูตรึงกลีบบัวทองคำต้องถอดออกและเปลี่ยน การดำเนินการเรามีแผนใน 2 ส่วนคือกลีบบัวทองคำ และปลียอดทองคำ ซึ่งต้องระวังอย่างมากให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งจะต้องนำมาหลมและรีดใหม่ในส่วนนี้จะการหลอมนั้นจะมีอัตราการสูญเสียที่ภาษาช่างเรียกว่า “ค่าสูญเพลิง” คือเป็นการสลายตัวไปกับไฟประมาณทองคำ 1 บาทจะสูญเพลิงไปประมาณ 10%"ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 กล่าว







