
สังคมโพสต์ทูเดย์
....หลวงสมัคร
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่ด...m...โจ่งแจ้ง การตัดสินใจสั่งไม่ฟ้องบริษัท ทีพีไอ กรณี
“ไซฟอนเงิน” ของ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัย แต่บรรทัดฐานนี้จะมีผลต่อการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อย่างแน่นอน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ของบริษัทมหาชน ที่อยู่ในตลาดหุ้น ถือเป็นเงินของประชาชนผู้ถือหุ้นทุกคน ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีการระบุชัดเจนว่า ผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินคือใคร หากดีเอสไอเห็นว่ากรณีนี้ไม่ผิด ต่อไปบริษัทมหาชนอื่นๆ ก็อาจใช้ดุลยพินิจพรรค์นี้ โยกเงินออกจากตลาดหลักทรัพย์ โดยอ้างความเห็นของคุณธาริตเป็นบรรทัดฐาน บ้านเมืองจะยุ่ง...m...นายแน่มาก กรณีนี้จากหลักฐานที่ “ดีเอสไอ” ในยุคของ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ตรวจพบมีการเบิกเงินออกไปอย่างไม่ถูกต้อง เพราะกรรมการผู้มีอำนาจลงเพียงแค่คนเดียว เมื่อตามไปดูก็พบว่ามีการนำเงินสูงถึง 258 ล้านบาท ออกไปจากบริษัทเพื่อนำไปว่าจ้างบริษัท เมซไซอะ และเป็นที่มาของคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งธาริตไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่เหตุที่สั่งไม่ฟ้องเพราะผู้ร้องไปฟังเรื่องนี้มาจากผู้อื่น ดู...ดู๊...ดู เฮียธาริต ทำ ฟังแล้วหงุดหงิดใจจริงๆ...m...น่าจะคิดได้ หน่วยงานที่มีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนมา ขอประทานโทษไม่ว่า “หมาหรือแมว” มาร้องทุกข์ ท่านก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน กรณีนี้หน่วยงานที่ท่านโดดข้ามห้วยเหยียบมานั่งในเก้าอี้ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม เขามีข้อมูลหลักฐานชัดเจน ทั้งสำเนาเช็คสั่งจ่าย และพยานบุคคล แต่ท่านกลับไม่สนใจด้วยเหตุผล “สุดคลาสสิก” ที่ยากจะหาคนระดับมันสมองของประเทศนี้คิดได้ อย่าง “ไม่แคร์สังคม” ด้วยการสั่งไม่ฟ้อง ตามมาด้วยการตั้งกรรมการสอบพนักงานสอบสวนชุดแรกข้อหาปั้นพยานเท็จ ทุ่มทั้งตัวทั้งใจขนาดนี้ ถ้าไม่ได้นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงภายใน ก.ย. ถือว่าผู้เป็นนาย ใจดํา...m...พิสูจน์บารมี การเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 6 กทม. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ก่อแก้ว พิกุลทอง จากพรรคเพื่อไทย จะสามารถเบี่ยงแย่งเก้าอี้จาก พนิช วิกิตเศรษฐ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรวมพลังของ แม่ยกคนเสื้อแดง แต่จะเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของ “เจ๊หน่อยสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานเขต กทม. ของพรรคเพื่อไทย เจ้าของพื้นที่ที่กุมฐานเสียงมาได้อย่างยาวนาน วันนี้หากยี่ห้อ สุดารัตน์ ยังมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ศรัทธาของคน กทม. “ก่อแก้ว” ก็คงเบียดเข้าป้ายได้ไม่ยาก เว้นแต่ “เจ๊หน่อย” จะหมดมนต์ขลัง “ก่อแก้ว” ก็คงหมดความหวัง เพราะลำพัง “คู่ซี้เสื้อแดง” อย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะกระชากเรตติ้งจากคน กทม.ได้...m...เชื่อได้ไหม ก่อนสลายม็อบ ศอฉ.ประโคมข่าวใหญ่โตว่า มีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในม็อบแดง 500 คน แต่หลังการกระชับวงล้อม กลับไม่พบ “ชายชุดดำ” อยู่ในม็อบแดงแม้แต่คนเดียว มีแต่เหตุการณ์ “กองกำลังจากนรก” กราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ดับอนาถหน้าวัดปทุมวนาราม 6 ศพ ตามคำบัญชาของ “อมนุษย์” สุดท้ายผ่านมาเกือบสองเดือน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม “หรั่งสุรชัย เทวรัตน์” ด้วยวิธีการล่อซื้ออาวุธสงคราม ตามด้วยการประโคมข่าวว่า “หรั่ง” ยอมเปิดปากรับสารภาพอย่างหมดเปลือก เป็นหนึ่งในกลุ่มชายชุดดำที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้าย โดยทั้งหมดออกมาจากปาก “ธาริต” ขณะที่นายหรั่งไม่มีโอกาสแม้แต่จะปริปาก จากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ธาริตก็ออกมาบอกว่า หรั่งกลับคำให้การ ชาวบ้านฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้างงๆ เพราะเห็นมีแต่ธาริตที่กลับคำให้สัมภาษณ์ ฟังแล้วเหนื่อยแทนท่านอธิบดีจริงๆ...






