
ถึงยุคปฏิรูป
ปกติไม่ค่อยอยากวิพากษ์เรื่องศาสนากันเท่าไร แต่เรื่องนี้ไม่หยิบมาเขียนถึงไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นเรื่องดีที่ถือเป็นการปฏิรูปสำคัญของแวดวงศาสนา ตลอดช่วงหลายปีที่เต็มไปด้วยปัญหา
ปกติไม่ค่อยอยากวิพากษ์เรื่องศาสนากันเท่าไร แต่เรื่องนี้ไม่หยิบมาเขียนถึงไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นเรื่องดีที่ถือเป็นการปฏิรูปสำคัญของแวดวงศาสนา ตลอดช่วงหลายปีที่เต็มไปด้วยปัญหา
เมื่อวานนี้ ทางวาติกันซึ่งเป็นศูนย์กลางของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ได้อนุมัติให้บริษัทตรวจสอบบัญชีชื่อดัง ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (พีดับบลิวซี) เข้ามาเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีของวาติกัน โดยให้เริ่มมีผลทันที และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของศาสนจักรที่เปิดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีคนนอกเข้ามา
เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ 1 ที่ถือได้ว่าทรงเป็นโป๊ปแห่งการปฏิรูป นับตั้งแต่ที่พระองค์ทรงขึ้นเป็นประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกเมื่อ 2 ปีก่อน
ในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ ต้องยอมรับว่าวาติกันเผชิญกับมรสุมอย่างหนักหลายเรื่อง โดยเฉพาะข่าวฉาวที่พระชั้นผู้น้อยและผู้ใหญ่ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กชายและเด็กหญิงในหลายประเทศ อีกทั้งยังมีมรสุมเรื่องการใช้เงินที่ไม่โปร่งใส จนคาดกันว่าอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงตัดสินพระทัยสละตำแหน่ง หลังจากที่เป็นประมุขได้เพียง 7 ปี
โป๊ปฟรานซิสไม่ใช่ตัวเต็งในการเลือกตั้งประมุขเมื่อปี 2013 แต่หลังจากที่พระองค์ขึ้นมาในยุคที่วาติกันยังตึงเครียด กลับทำให้เกิดการเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้นหลายอย่าง
ล่าสุด การเปิดรับผู้ตรวจสอบบัญชีคนนอกครั้งนี้ ก็มีขึ้นหลังจากที่วาติกันถูกจอมแฉชื่อดังอย่างวิกิลีกส์ เผยแพร่เอกสารที่แฉสารพัดปัญหาตั้งแต่การใช้เงินอย่างไม่โปร่งใส การติดสินบน การแบล็กเมล์ ไปจนถึงการประพฤติผิดทางเพศ ซึ่งโป๊ปฟรานซิสทรงแถลงภายหลังจากที่เกิดเรื่องเพียงว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็จะทรงเดินหน้าปฏิรูปวาติกันต่อไป
เมื่อปีที่แล้ว พระองค์ทรงก่อตั้งสำนักใหม่ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ดูแลและตรวจสอบด้านการเงินของวาติกันโดยเฉพาะ และมอบหมายให้พระคาร์ดินัลที่ทรงไว้ใจเป็นผู้ดูแล ซึ่งก็พบปัญหาว่าเงินหลายล้านยูโรได้หายไป ในครั้งนั้นพระองค์ทรงทำได้เพียงแค่ส่งสัญญาณเตือน ก่อนจะนำมาสู่การให้บริษัทบัญชีระดับโลกเข้ามาร่วมดูแลในวันนี้ เพื่อให้การทำบัญชีมีมาตรฐานสากลและเพิ่มความโปร่งใส
นักข่าวชาวอิตาลี จิอันลุยจิ นุซซี ซึ่งได้รับเอกสารการแฉของวิกิลีกส์ เคยเขียนถึงบันทึกเทปเสียงลับที่เป็นบทสนทนาระหว่างโป๊ปฟรานซิสกับคณะพระชั้นผู้ใหญ่ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า
“หากเราไม่รู้วิธีว่าจะดูแลเงินที่มองเห็นและจับต้องได้อย่างไรแล้ว เรายังจะสามารถดูแลยังจิตวิญญาณและศรัทธาอันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตากระนั้นหรือ”
ในยุคสมัยใหม่นี้ ศรัทธาไม่อาจเกิดขึ้นได้จากคำบอกกล่าวให้เชื่อ และโป๊ปฟรานซิสก็ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้ จากการลงมือเปลี่ยนแปลงและกระทำอันนำไปสู่ความศรัทธา







