posttoday
ญี่ปุ่นจี้2เดือนแก้มาบตาพุด เตือนกระทบไทยฮับรถยนต์

ญี่ปุ่นจี้2เดือนแก้มาบตาพุด เตือนกระทบไทยฮับรถยนต์

22 กรกฎาคม 2553

ญี่ปุ่นกระทุ้งรัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุด ให้ชัดเจนใน 2 เดือน หากยื้อนานกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์

ญี่ปุ่นกระทุ้งรัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุด ให้ชัดเจนใน 2 เดือน หากยื้อนานกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์

นายมูเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยหลังเข้าพบนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่าต้องการให้รัฐบาลไทยเร่งประกาศ 18 ประเภทกิจการรุนแรงให้แล้วเสร็จใน 2 เดือนนี้ เพราะหากล่าช้าจะกระทบอุตสาห กรรมยานยนต์ใน 23 ปีข้างหน้า ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้

เนื่องจากการผลิตรถยนต์มีองค์ประกอบหลายด้าน โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ หากมีบางโครงการต้องชะงักไปเพราะเงื่อนไขประเภทกิจการรุนแรง ก็จะทำให้ไม่สามารถเดินตามแผนการผลิตรถยนต์ได้ โดยเฉพาะปี 2555 ที่บริษัทรถยนต์ 6 ค่าย จะผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ครบทั้งหมด ดังนั้นการเตรียมพร้อมชิ้นส่วนเป็นเรื่องสำคัญ

“ไม่อยากจินตนาการว่าการแก้ปัญหามาบตาพุดที่ล่าช้ากว่า 2 เดือนจะเป็นอย่างไร แต่ในภาพรวมก็ยังมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะสรุปเรื่องได้และที่ผ่านมาก็มีการผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพหรือการจัดทำประชาพิจารณ์” นายมูเนโนริ กล่าว

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจโทรอยู่ระหว่างจัดทำแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยที่มีภาพรวมเศรษฐกิจรวมทั้งบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ปัญหาการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด และข้อเสนอแนะของนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยากให้รัฐบาลไทยแก้ไข โดยผลสำรวจจะออกมาในวันที่ 30 ก.ค.นี้

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ทางเจรโทรและหอการค้าญี่ปุ่นได้แสดงความกังวลปัญหามาบตาพุดจะล่าช้าและอยากให้มีข้อสรุปโดยเร็ว เพราะจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปี2556 ที่ไทยจะมีกำลังการผลิตรถยนต์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนบางแห่งที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทั้งนี้ได้ กล่าวว่า ได้ชี้แจงเจโทรว่านายกฯ ก็เป็นห่วงเรื่องมาบตาพุดเช่นกันและกำลังเร่งทำให้ชัดเจน โดยจะพยายามดำเนินการต่างๆให้มีความชัดเจน

สำหรับสาเหตุที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไม่อนุมัติร่างประกาศประเภทกิจการรุนแรง นั้น เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบ เกรงว่าหากประกาศออกมาจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนจะมีการออกประกาศประเภทกิจการรุนแรงซึ่งเป็นฉบับของกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาก่อนนั้น ในหลักการสามารถทำได้เพราะเป็นกฎหมายอย่างหนึ่ง เพียงแต่รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด การจะออกกฏหมายฉบับใดออกมาก็ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์