
หนังตัวอย่าง
ผ่านพ้นไปเกือบเดือนแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่านโยบายปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลจะไปถึงฝั่งหรือไม่
ผ่านพ้นไปเกือบเดือนแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่านโยบายปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลจะไปถึงฝั่งหรือไม่
และยิ่งดูลีลา วิธีการบริหารประเทศ แทบพูดได้ว่างานนี้ยากเย็นกว่าเข็นภูเขาลงครก
เพราะปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นมันกินลึก
ที่สำคัญต้องอาศัยความกล้าในการตัดสินใจ
อภิสิทธิ์ กล้าหรือเปล่า???
หลายกรณี เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ อาทิ ปัญหามาบตาพุด
มาบตาพุดเป็นแหล่งลงทุนด้านปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของประเทศ แต่เกิดความไม่ปรองดอง ชาวบ้านร้องเรียนว่า ถูกโรงงานกระชับพื้นที่ จึงฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โดยยกรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ขึ้นมาต่อสู้ในประเด็นที่ว่าโรงงานเหล่านี้เป็นกิจการที่มีผลกระทบต่อประชาชน ต้องมีการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ศาลปกครองจึงสั่งระงับการก่อสร้างโครงการในมาบตาพุด เป็นเรื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว
รัฐบาลใช้วิธีการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ศึกษาหาทางออก โดยหัวใจสำคัญคือการประกาศว่ากิจการใด เป็นกิจการรุนแรงที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67
คณะกรรมการชุดดังกล่าวมี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน
ชื่อนามสกุล คล้ายๆ กับผู้ที่ถูกเชิญเข้าร่วมเป็นประธานในมหกรรมปรองดองอย่างไรก็ไม่รู้
คณะกรรมการ 4 ฝ่ายศึกษาไป 8 เดือน กำหนดกิจการ 18 ประเภทที่เข้าข่ายมีผลกระทบต้องศึกษาทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากนั้นเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ปรากฏว่าที่ประชุมที่มีอภิสิทธิ์ เป็นประธานมีคำสั่งให้ทบทวนข้อมูล และผลกระทบเพิ่มเติมอีก 2 เดือน
ประเด็นก็คือ ทำไมถึงมีการทบทวน
หรือถ้าจะทบทวน หรือหากรัฐบาลมีความคิดอะไรอยู่แล้ว ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ให้เสียเวลา จะจัดการอย่างไรก็ว่าไป
นี่เป็นตัวอย่างระดับจุ๋มจิ๋ม เป็นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับอุตสาหกรรม รัฐบาลเข้ามาจัดการ ตั้งกรรมการศึกษา แต่สุดท้ายผ่านมาเป็นปี ก็ยังไม่ถึงไหน
แล้วแผนปรองดองระดับชาติ ที่ปัญหาใหญ่กว่าบานตะเกียงล่ะ
คุณเอ๋ย...จะมีหวังอันใดฤา??







