
เปิดโรดแมปกรธ. ฉบับสร้างปรองดอง
แม้ว่าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญจะอยู่ในช่วงของการลงรายละเอียดเป็นรายมาตรา
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
แม้ว่าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญจะอยู่ในช่วงของการลงรายละเอียดเป็นรายมาตรา ในเรื่องที่เกี่ยวกับโครงสร้างของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แต่มีอีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสร้างความปรองดอง
เรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการศึกษาประเด็นปัญหาการสร้างความปรองดอง ที่มี ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นประธาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ในเบื้องต้นได้มีการรวบรวมข้อเท็จจริงและการลำดับปัญหาที่มาวิกฤตการเมืองซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2547 จนถึงก่อนการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้
1.ความขัดแย้งในปี พ.ศ. 2547-2549 (คู่ขัดแย้ง : รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)
สาเหตุของความขัดแย้ง เกิดขึ้นจากการขัดแย้งผลประโยชน์ที่สืบเนื่องจากปัญหาหลัก คือ การทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งในเชิงอำนาจ เริ่มตั้งแต่มีการทุ่มเงินทุนในการเข้าสู่อำนาจ รวมไปถึงการทุจริตเชิงนโยบายที่นำไปสู่การใช้อำนาจโดยมิชอบ มีการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์เอื้อต่อธุรกิจของตนเอง ส่งผลให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาต่อต้าน
2.ความขัดแย้งในปี พ.ศ. 2551 (คู่ขัดแย้ง : รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับกลุ่มพันธมิตรฯ)
สาเหตุของความขัดแย้ง มีการดึงเอาสถาบันกษัตริย์เข้ากล่าวอ้างสร้างเป็นข้อขัดแย้ง ต่อมาเกิดการต่อต้านการออกกฎหมายสำคัญโดยกลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้เกิดการปิดล้อมอาคารรัฐสภา
3.ความขัดแย้งในปี พ.ศ. 2552-2553 (คู่ขัดแย้ง : รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ)
สาเหตุของความขัดแย้ง กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอ้างว่า รัฐบาลไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการจัดตั้งในหน่วยทหาร ฝ่ายสูญเสียอำนาจจึงต้องการล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้
4.ความขัดแย้งในปี พ.ศ. 2556-2557 (คู่ขัดแย้ง : รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)
สาเหตุของความขัดแย้ง เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงการทุจริตเชิงนโยบายและการทุจริตเชิงอำนาจของรัฐบาลในขณะนั้น
เมื่อพิจารณาสาเหตุสำคัญที่ประชาชนได้ออกมาชุมนุมสนับสนุนในแต่ละฝ่าย จะเห็นว่ากลุ่ม นปช.ได้มีการปลุกระดมให้ประชาชนมีความเข้าใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีสองมาตรฐาน ส่วนฝ่ายที่ออกมาสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. จะชี้ให้เห็นถึงการทุจริต การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมจากฝ่ายบริหาร เป็นผลให้มีการปลุกระดมมวลชนออกมาชุมนุมจำนวนมาก
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องทำให้อำนาจอธิปไตยมีความเข้มแข็ง น่าเชื่อถือเป็นที่พึ่งให้ประชาชนและสังคมได้ โดยการร่างรัฐธรรมนูญต้องคำนึงถึงอนาคต นอกจากจะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้ดีแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยนำข้อมูลข้อเท็จจริงไปสู่ผูู้มีอำนาจผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชน
ในช่วงที่มีเหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดความขัดแย้งและมีการใช้ความรุนแรง ควรค้นหาวิธีการที่จะต้องนำความจริงมาตีแผ่และเปิดเผยข้อมูลความจริงในทุกๆ ด้านที่จะต้องชี้ให้เห็นว่าสิ่งใดผิดคือผิด สิ่งใดถูกคือถูก โดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง และเชื่อถือได้ อีกทั้งต้องใช้จิตวิทยาในการประชาสัมพันธ์เพื่อลบล้างวาทกรรมต่างๆ ที่ยังคงมีผู้นำไปใช้ในการปลุกกระแส
อุดม รัฐอมฤต หนึ่งในอนุกรรมการฯ ระบุว่า การทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ต้องการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด และไม่ได้ชี้ชัดลงไปว่าใครผิดใครถูก ใครเป็นเทพหรือเป็นมารแต่อย่างใด
“การปรองดองในทางกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับ พร้อมกับต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ส่วนจะนำไปสู่การเสนอให้มีการนิรโทษกรรมหรือไม่ คงต้องรอให้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนว่าใครทำผิดอะไรบ้าง และควรให้เกิดการยอมรับกันก่อนด้วย” อุดม กล่าวสรุป







