
แว่นที่ไม่ชัดของฝรั่ง
...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
ได้เห็นบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์
“วอชิงตัน โพสต์” ประจำวันที่ 15 ก.ค. 2553 ภายใต้หัวข้อในเชิงตั้งคำถามซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “พ.ร.ก.ภาวะฉุกเฉินของไทยจะนำไปสู่การปรองดองได้หรือ” ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เกิดสะดุดกับสาระของบทความนี้ว่า เขาได้ข้อมูลผิด หรือตั้ง “ธง” ไว้แล้ว จึงใคร่เสนอข้อมูลเพิ่มเติมแบบตรงไปตรงมาแก่ฝรั่งคนนี้ให้พิจารณาบทบรรณาธิการนี้ได้เริ่มต้นว่า
“หลังจากการปะทะกันจนเลือดตกยางออกระหว่างกองทัพไทยและผู้เดินขบวนฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นผลให้มีคนตายประมาณ 90 คน ที่ใจกลางกรุงเทพฯ ในเดือน พ.ค. รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เสนอในสิ่งที่เขาเรียกว่า แผนปรองดองแห่งชาติ” ตรงนี้ ฝรั่งอาจเข้าใจผิดที่ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะใครก็รู้ว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งผ่านกระบวนการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีแบบเดียวกับที่คุณสมัคร สุนทรเวช และคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับเลือกในสภาผู้แทนราษฎรประโยคต่อมาที่ว่า
“นับแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้นำฝ่ายค้าน ปิดสื่อ อายัดบัญชีธนาคารของผู้สนับสนุนที่ต้องสงสัยต่อผู้เดินขบวนใน กทม. และตั้งข้อหาต่อทักษิณ ชินวัตร ผู้นำขบวนการที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ” นั้นไม่ผิด แต่ฝรั่งผู้เขียนไม่ได้อธิบายให้ผู้อ่านเห็นว่า คนที่ถูกจับนั้นได้กระทำผิดกฎหมายชัดเจน และมีหมายจับตามคำสั่งศาล หรือถูกจับขณะกระทำผิดซึ่งหน้าตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สื่อที่ถูกปิดนั้นไม่ใช่สื่ออาชีพแต่เป็นเพียงกระบอกเสียงการโฆษณาชวนเชื่อของผู้ชุมนุมที่ปลุกปั่น ปลุกระดม ยุยงให้เกิดความแตกแยกในหมู่คนไทยด้วยกัน และกระทำการอันผิดกฎหมาย การอายัดบัญชีธนาคารก็เพื่อตรวจสอบบุคคลที่น่าสงสัยว่าจะสนับสนุนการก่อการจลาจลเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่การจลาจลและการก่อการร้าย การออกหมายจับในข้อหาก่อการร้ายหรืออื่นๆ ต่อแกนนำ หรือกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ทำผิดกฎหมาย หรือคนทำผิดซึ่งหน้าเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่จับคนที่มาชุมนุมคัดค้านทั้งหมด และทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
การที่ฝรั่งเขียนว่า
“รัฐบาลได้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน กทม.และอีก 18 จังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคุมขังคนได้โดยไม่ต้องตั้งข้อหา เซ็นเซอร์สื่อ และห้ามคนชุมนุมสาธารณะ” นั้นก็ไม่ผิด เพราะกฎหมายให้อำนาจพิเศษไว้เช่นนั้น แต่ฝรั่งไม่ได้อธิบายถึงเหตุผลและความจำเป็นที่รัฐบาลจำเป็นต้องต่อ พ.ร.ก.ในบางจังหวัดออกไป เพราะยังมีกลุ่มคนไม่หวังดีต่อบ้านเมืองรอจ้องหาจังหวะก่อความวุ่นวายอีกอย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ทยอยยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้ว 8 จังหวัด และจะทยอยเลิกไปเรื่อยๆ หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
ที่ฝรั่งเขียนว่า
“คุณอภิสิทธิ์เลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่เคยบอกว่าจะให้มีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ไปเป็นปีหน้า” นั้น ฝรั่งอาจเข้าใจผิด เพราะข้อเสนอนั้นมีเงื่อนไขว่าหากตกลงกันได้โดยเลิกการชุมนุม แต่เมื่อตกลงไม่ได้ ข้อเสนอนั้นก็เป็นอันพับไป เพราะฉะนั้นคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้ทำผิดสัญญาแต่อย่างใดฝรั่งผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่า
“คุณอภิสิทธิ์ทำตรงกันข้ามกับแผนปรองดองแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้ประเทศแตกแยกเป็นสองขั้วมากขึ้น รวมทั้งการบดขยี้ขบวนการเสื้อแดงที่สนับสนุนคุณทักษิณ และทำให้ประชาธิปไตยที่แท้จริงสมัยทักษิณกลายเป็นความวุ่นวายยุ่งเหยิง” เรื่องนี้ฝรั่งคงเข้าใจผิดนอกจากนั้น ที่ฝรั่งอ้างว่าช่วงเวลาที่ทักษิณปกครองเป็นประชาธิปไตยที่สุดนั้น เขามองประชาธิปไตยแต่เพียงเปลือกนอกเท่านั้น ถ้าฝรั่งคนนี้มาเมืองไทย ขอให้มานั่งคุยกันได้
ฝรั่งผู้เขียนโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ต่อไปว่า
“คุณอภิสิทธิ์กำลังผลักดันให้ฝ่ายตรงข้ามลงใต้ดินและใช้ความรุนแรง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศประชาธิปไตยตะวันตก” เรื่องนี้เป็นความจริงที่ว่า ความรุนแรงทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสทั้งการท่องเที่ยวและการลงทุน แต่คำถามคือ ใครล่ะเป็นคนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศในเรื่องนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งที่อยู่บนดิน ถ้าคนคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง ไม่ว่าจะอยู่บนดินหรือใต้ดินก็คิดทำร้ายประเทศไทยได้ทั้งสิ้น แต่คนคิดดี ทำดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ไม่คิดทำร้ายทำลายประเทศ นอกจากนั้นประเทศประชาธิปไตยตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ดูจะเข้าใจสถานการณ์ประชาธิปไตยในไทยดีกว่าฝรั่งที่เขียนบทบรรณาธิการนี้เสียอีกฝรั่งผู้เขียนอ้างว่า
“ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ (คนเสื้อแดง) ปฏิเสธชนชั้นทางการเมือง กลุ่มทหารและศาลของเจ้าที่คุณอภิสิทธิ์เป็นตัวแทน และการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย” เรื่องนี้ฝรั่งผู้เขียนคงหลงกับหัวข้อโฆษณาชวนเชื่อในการแบ่งชนชั้นในสังคมเป็น “อำมาตย์และไพร่” ศาลไทยนั้นตัดสินในพระปรมาภิไธย และตัดสินตามมาตรฐานสากล มีแต่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ยอมรับคำตัดสินเฉพาะที่เป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้นในที่สุดฝรั่งคนนี้ก็เปิดเผยเป้าหมายของเขาออกมาว่า
“หากคุณอภิสิทธิ์ต้องการความปรองดองจริงๆ ก็ต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปล่อยแกนนำคนเสื้อแดง และเจรจาเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ใครได้ที่นั่งมากที่สุดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้ว”ฟังแล้วก็คุ้นหูว่า สิ่งที่ฝรั่งคนนี้เขียนและสรุปเป็นข้อเรียกร้อง ดูเหมือนว่าเราจะได้ยินมาบ่อยๆ คล้ายกับเสียงวิจารณ์และข้อเรียกร้องของคนบางกลุ่มในไทยไม่มีผิด ไม่ทราบว่าฝรั่งคนนี้ตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อโดยสุจริตใจ หรือ
“รับจ๊อบ” เขามาฝรั่งคนนี้มองสถานการณ์ในเมืองไทยผ่านแว่นตาฝรั่ง เขาน่าจะฉุกคิดบ้างว่า หากรัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการผิดๆ ตามที่เขากล่าวหา ทำไมรัฐบาลและสภาสหรัฐจึงสนับสนุนรัฐบาลและแผนปรองดองของคุณอภิสิทธิ์







