posttoday
จีนแชมป์โลกบริโภคพลังงาน ความจริงที่ไม่น่า 'เซอร์ไพรส์'

จีนแชมป์โลกบริโภคพลังงาน ความจริงที่ไม่น่า 'เซอร์ไพรส์'

22 กรกฎาคม 2553

แล้วสิ่งที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ก็เกิดขึ้น เมื่อทบวงพลังงานโลก หรือ ไออีเอ (International Enegy Agency IEA) ออกมาเปิดเผยถึงผลการประเมินปริมาณการบริโภคพลังงานประจำปี 2552 ระบุว่า จีนกลายเป็นประเทศที่บริโภคพลังงานมากที่สุดแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ไปเป็นที่เรียบร้อย

แล้วสิ่งที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ก็เกิดขึ้น เมื่อทบวงพลังงานโลก หรือ ไออีเอ (International Enegy Agency IEA) ออกมาเปิดเผยถึงผลการประเมินปริมาณการบริโภคพลังงานประจำปี 2552 ระบุว่า จีนกลายเป็นประเทศที่บริโภคพลังงานมากที่สุดแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

 

จีนแชมป์โลกบริโภคพลังงาน ความจริงที่ไม่น่า 'เซอร์ไพรส์'

โดยปริมาณการบริโภคพลังงานประเภทต่างๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมกันแล้วเทียบเท่ากับน้ำมันปริมาณมากถึง 2,265 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณการบริโภคพลังงานของสหรัฐอยู่ที่ 2,169 ล้านตัน

รายงานการเปิดเผยของทบวงพลังงานโลกในครั้งนี้ เรียกได้ว่าไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของบรรดานักวิเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานทางด้านพลังงานของสหรัฐประเมินว่า จีนจะกลายเป็นประเทศที่บริโภคพลังงานสูงสุดในอีกไม่กี่ปี และเมื่อปี 2550 ไออีเอประเมินว่าจีนจะก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งแชมป์ประเทศที่บริโภคพลังงานสูงสุดแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างสหรัฐได้ราวๆ ปี 2553

ทว่า สำหรับจีนเองแล้ว ดูจะไม่ค่อยปลื้มอกปลื้มใจกับตำแหน่งแชมป์โลกที่ได้รับในครั้งนี้สักเท่าไร โดยทันทีที่มีการเปิดเผยรายงานดังกล่าวออกมา ทางการจีนก็รีบปฏิเสธ และกล่าวหาว่าข้อมูลของไออีเอเชื่อถือไม่ได้ มิหนำซ้ำยังตัดพ้อว่าไออีเอไม่เข้าใจความพยายามที่จะลดปริมาณการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีน

จริงๆ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมจีนถึงไม่ค่อยจะภาคภูมิใจกับตำแหน่งที่ได้รับ เพราะตลอดมาในเวทีการประชุมเรื่องโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จีนในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ถูกโจมตีอย่างหนักว่าเป็นต้นเหตุสำคัญของก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ และทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกต้องเลวร้ายอย่างในปัจจุบัน

แน่นอนว่า ข้อมูลที่ไออีเอเปิดเผยออกมาในครั้งนี้จะยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจีนที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตกำลังเฟื่องฟู และกระหายการบริโภคพลังงานปริมาณมหาศาลให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะยิ่งทำให้จีนถูกนานาประเทศเพ่งเล็ง และกดดันให้ผูกพันตนเองเข้ากับพันธกรณีระหว่างประเทศในการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

จุดยืนของจีนที่ก่อนหน้านี้จำกัดความตนเองว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา และจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าอุตสาหกรรม อีกทั้งสถานะของจีนที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพิธีสารเกียวโต หรือไม่ต้องรับผิดชอบต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในที่สุดแล้วอาจจะได้รับความกระทบกระเทือน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการเปิดเผยรายงานของทบวงพลังงานโลกในครั้งนี้จะไม่ได้สร้างความไม่สบายอกสบายใจให้กับรัฐบาลจีนแต่เพียงผู้เดียว ทว่ายังสร้างความกังวลให้กับบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของโลกด้วย

เนื่องมาจากความจริงที่ว่า แนวโน้มการบริโภคพลังงานของจีนจะยังคงพุ่งกระฉูดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ

จากสถิติการบริโภคพลังงานของจีนในปัจจุบันพบว่า จีนบริโภคพลังงานเพิ่มมากขึ้นกว่า 2 เท่า ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี โดยจากเดิมเมื่อปี 2543 จีนบริโภคพลังงานเทียบเท่ากับปริมาณน้ำมัน 1,107 ล้านตัน มาวันนี้กลับพุ่งขึ้นเป็น 2,265 ล้านตัน

ฟาติห์ ไบโรล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไออีเอ เปิดเผยสาเหตุของปริมาณความต้องการการบริโภคพลังงานของจีนที่พุ่งกระฉูดนี้ว่า เป็นผลมาจากประชากรจำนวนมหาศาลที่ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง

ในความเป็นจริงแล้ว คงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร หากประเทศที่ส่งออกมากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ประเทศที่ผลิตอะลูมิเนียมมากที่สุดในโลก และประเทศผู้ผลิตเหล็กกล้าปริมาณกึ่งหนึ่งของโลกจะหิวกระหายการใช้พลังงานอย่างมหาศาลเช่นนี้

ทว่า สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับการบริโภคพลังงานปริมาณมหาศาลนั่นก็คือ มลภาวะขนาดมหึมา ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนโลกให้เดินหน้าไปสู่หายนะของสภาพภูมิอากาศเร็วยิ่งขึ้น

บางทีนี่อาจจะเป็นเวลาอันเหมาะสมแล้วที่นานาประเทศจะใช้โอกาสการเปิดเผยรายงานของทบวงพลังงานโลกในครั้งนี้ในการกดดันจีนให้ร่วมรับผิดชอบ และแก้ไขปัญหา มากกว่าเพียงแค่อ้างว่า “มลภาวะเป็นผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการพัฒนาทางอุตสาหกรรม” อย่างที่เป็นอยู่ m

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท