
ตีปี๊บผลงานรัฐบาล หวังฟื้นวิกฤตศรัทธา
นี่จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าอย่างน้อยการทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาล จะเป็นการการันตีเบื้องต้นว่ารัฐประหารเที่ยวนี้ไม่เสียของ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
จัดเต็ม 3 วันติดกับการแถลงผลงาน 1 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จังหวะมาลงตัวในช่วงคริสต์มาส วันที่ 23-25 ธ.ค. แบบพอดิบพอดี
ไม่ว่าจะ “บังเอิญ” หรือ “ตั้งใจ” แต่ต้องยอมรับว่าการเลือกช่วงเวลาในเทศกาลแห่งความสุขมานำเสนอผลงานรัฐบาลนั้น อย่างน้อยก็อาจเรียกได้ว่าเป็น “ของขวัญ” จากรัฐบาล คสช. ที่ได้ดำเนินการมาตลอดช่วงเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา
ที่สำคัญการแถลงผลงานครั้งนี้ ยังถูกมองว่าจะช่วยกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและ คสช. ที่สะบักสะบอมเต็มที จากสารพัดมรสุมที่รุมกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่อง กระทบไปถึง “คะแนนนิยม” และ “ความเชื่อมั่น” ในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
ต้องยอมรับว่าหลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ของรัฐบาลย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เส้นทางตามโรดแมปที่มีอันต้องสะดุดหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ จนต้องกลับมาตั้งต้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในความพยายาม “ต่อเวลา” อยู่ในอำนาจของ คสช.
ขณะที่ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทั้งยางพารา ข้าว ปาล์ม ซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจที่ชะงักงันจากความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติ ฉุดให้สถานการณ์ย่ำแย่หนัก
ยังไม่รวมกับสถานการณ์ความไม่สงบหลายครั้งหลายคราที่เกิดขึ้น ทั้งที่เกี่ยวข้องนับตั้งแต่ระเบิดลูกแรกที่ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าพารากอน มาจนถึงระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ต่อเนื่องด้วยกลุ่มป่วนยิบย่อยและคลื่นใต้น้ำที่เห็นประปราย
แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อต้องเผชิญกับระเบิดลูกใหญ่พัวพันกับเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ที่ทำเอาสั่นคลอนไปทั้ง “กองทัพ” และ คสช. จนกลายเป็นชนวนให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกมาถล่มอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ “จุดอ่อน” เรื่องการประชาสัมพันธ์ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก จนทำให้ผลงานดีๆ หลายเรื่องที่รัฐบาลทำไปแล้วกลับไม่เป็นที่รับรู้รับทราบของคนทั่วไป ตอกย้ำข้อครหาเรื่องไร้ผลงาน
การตีปี๊บ “ผลงาน” เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบในช่วงเวลานี้ จึงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม ที่นอกจากจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องร้ายๆ ทั้งหลายได้แล้ว อีกด้านยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นผ่านผลงานที่แต่ละกระทรวงได้ทำไว้
ดังจะเห็นว่ารอบนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ด้วยการจัดงาน 3 วัน ต่างจากการแถลงผลงานของรัฐบาลในอดีตที่ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียว
เริ่มต้นจากการจัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงาน โดยใช้พื้นที่ถนนเลียบคลองเปรมประชากร หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในการจัดนิทรรศการแสดงผลงานรัฐบาล พร้อมเชิญชวนประชาชนให้มาเยี่ยมชม ไม่ใช่จัดขึ้นแล้ว มาดูกันเอง
วันแรก พล.อ.ประยุทธ์ มากล่าว เปิดงาน จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของรองนายกรัฐมนตรีในแต่ละด้าน เริ่มจากวันแรก 23 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ วันที่ 24 ธ.ค. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญอยู่ตรงวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ โดยจะมีเวลาแถลงประมาณคนละครึ่งวัน
เมื่อสังคมกำลังจับตาว่าการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจแบบยกชุดนั้นจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะกับบรรดามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลด แลก แจก แถม เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบทั้งหลายที่ทำไปนั้นเห็นผลเข้าปากมากน้อยแค่ไหน
ยังไม่รวมกับเซอร์ไพรส์ว่าจะมีของขวัญปีใหม่อะไรมาซื้อใจประชาชนหรือเปล่า
ก่อนตบท้ายด้วยการกล่าวสรุปของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่นอกจากภาพรวมการทำงานแล้ว ยังต้องจับตารอดูการเปิดใจถึงภารกิจนายกรัฐมนตรีที่ทำมาตลอดปีกว่าตามโรดแมปที่ก้าวสู่ระยะที่ 2
การงัดข้อมูลเรื่องผลงานว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้างผ่าน 5 กลุ่มงาน ย่อมจะช่วยสรุปให้ประชาชนได้เห็นภาพว่าแต่ละด้านมีความคืบหน้าอย่างไร ไม่ใช่เป็นรัฐบาลอยู่เพียงเพื่อรอวันเลือกตั้งเท่านั้น
สอดรับไปกับภารกิจของแม่น้ำสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและเรื่องปฏิรูปที่หลายเรื่องต้องส่งต่อมาให้รัฐบาลเป็นฝ่ายดำเนินการผลักดันให้เป็นรูปเป็นร่าง
ที่ผ่านมาจะได้ยินเสียงต่อว่าต่อขานเรื่องการปฏิรูปที่ยังไม่คืบหน้า โอกาสนี้ย่อมจะแสดงให้เห็นว่าการทำงานของ สปช. เกือบปีที่ผ่านมานั้นไม่ได้เสียเปล่า แต่วางรากฐานไว้ให้เดินหน้าไปจนสุดทาง ซึ่งเวลานี้เริ่มเห็นความคืบหน้าในบางเรื่อง
ทั้งหมดนี้ย่อมทำให้ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล คสช.เพิ่มมากขึ้น อีกด้านหนึ่งย่อมช่วยลดแรงเสียดทานในการบริหารงานนับจากนี้จนถึงปลายโรดแมป
ที่สำคัญนี่จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าอย่างน้อยการทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาล จะเป็นการการันตีเบื้องต้นว่ารัฐประหารเที่ยวนี้ไม่เสียของ







