posttoday
แบ่งเค้กงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านหารลงตัว

แบ่งเค้กงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านหารลงตัว

22 กรกฎาคม 2553

จะเห็นว่าวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี นอกเหนือจากการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็หวังเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัวกันถ้วนหน้า ทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล...

จะเห็นว่าวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี นอกเหนือจากการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็หวังเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัวกันถ้วนหน้า
ทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล...

โดย...ทีมข่าวการเงิน
 

แบ่งเค้กงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านหารลงตัว

สะท้อนจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ไฟเขียวเกลี่ยงบประมาณปี 2554 จำนวน 6.6 หมื่นล้านบาท จากที่เสนอขอมาทั้งหมดกว่า 2.89 แสนล้านบาท

จัดสรรให้กับพรรคร่วมตามโครงการที่เขียนเสนอมาเป็นส่วนใหญ่ ภายใต้การชูยุทธศาสตร์การจัดสรรงบใหม่ในครั้งนี้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ที่สำคัญๆ ของประเทศได้แก่

1.ยุทธศาสตร์การรักษาความเชื่อมั่นของประเทศ 1.22 หมื่นล้านบาท

2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำทางสังคม 1.48 หมื่นล้านบาท

3.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2.03 หมื่นล้านบาท

4.ยุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 1.31 หมื่นล้านบาท

5.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก 3,447 ล้านบาท

6.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 1,259 ล้านบาท

7.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม 489.7 ล้านบาท

8.ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ 186 ล้านบาท

ถ้าแยกประเภทตามส่วนราชการและหน่วยงาน 6.6 หมื่นล้านบาท พบว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มมากที่สุดถึง 1.85 หมื่นล้านบาท

รองลงมาได้แก่ รัฐวิสาหกิจอื่นๆ จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบ 9,011 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 8,007 ล้านบาท จังหวัดและกลุ่มจังหวัดรวมกันกว่า 3,479 ล้านบาท
ส่วนกระทรวงขนาดใหญ่อย่างกระทรวงการคลัง ได้รับเฉียดงบด้วยกว่า 266 ล้านบาท กระทรวงยุติธรรม 277 ล้านบาท

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ช่วงนี้ผลงานน้อยปล่อยไข่ราคาแพง รับไปแค่ 24 ล้านบาท แต่กลับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 1,723 ล้านบาท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1,703 ล้านบาท ยังสามารถเกาะกระแสเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองได้อยู่

จริงแล้วไฮไลต์เรื่องเกลี่ยงบประมาณรอบนี้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่มีการทะเลาะตบตีกันระหว่างพรรคร่วมเพื่อชิงเค้กก้อนนี้

จนเป็นที่มาของเงินที่ได้รับจัดสรรสูงที่สุดถึง 1.85 หมื่นล้านบาท ที่พรรคภูมิใจไทยได้ไปจัดสรรให้กับท้องถิ่นเพื่อเกลี่ยงบให้กับ สส. อบจ. และ อบต. ตามข้อตกลง

มีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยจะนำเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ไปจัดสรรเอาไว้ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการก่อสร้างถนนไร้ฝุ่นและก่อสร้างลานกีฬาเพื่อสร้าง สังคมไทยเป็นสุข กระจายลงไปในทุกพื้นที่

โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นโครงการที่สามารถเบิกจ่ายได้เร็ว มีการก่อสร้างที่ชัดเจน และสามารถเบิกจ่ายได้หมดภายในปีงบประมาณ 2554 รวมถึงการทำงบอุดหนุนเฉพาะกิจอื่นๆ

จะเห็นได้ว่าในการจัดกระบวนยุทธ์เรื่องการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทั้งบู๊และบุ๋น พูดเสียงดังฟังชัดขึ้นแท่นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปี 2554 แทน กรณ์จาติกวณิช รมว.คลัง ที่อาวุโสน้อยกว่า บารมีไม่ถึง

เพราะขึ้นชื่อว่า “ไตรรงค์” ก็มีแต่คนเกรงใจโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการเดินหน้าเกลี่ยงบของรัฐบาลครั้งนี้ จึงไม่มีปัญหากระโตกกระตากมาก เพราะสามารถเลือกคนมาจัดสรรผลประโยชน์ได้อย่างลงตัวแทบทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หากไม่มองที่เรื่องของผลประโยชน์ในทางการเมืองเพียงอย่างเดียว จะพบว่าการเกลี่ยงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาทครั้งนี้ ได้มองถึงเรื่องของการเร่งฟื้นฟูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีการจัดสรรงบเพื่อการพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำทางสังคมไว้อีก 1.48 หมื่นล้านบาท และการจัดสรรงบตามยุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 1.31 หมื่นล้านบาท

ต้องยอมรับว่าเรื่องการฟื้นฟูประเทศแบบยั่งยืน เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้เน้นและให้ความสำคัญมาก

การเกลี่ยงบ 6.6 หมื่นล้านบาท ที่เตรียมจะนำเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ถือว่านอกจากจะสามารถจัดสรรเรื่องผลประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างรัฐบาลและพรรคร่วมแล้ว ยังให้สามารถให้น้ำหนักกับเรื่องการของการฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจ เพื่อทดแทนกับงบลงทุนที่หดตัวลงเหลือแค่ 3.44 แสนล้านบาท

แม้ในรูปของสัดส่วนจะเพิ่มจากปีก่อนถึง 60.74% แต่ในยามที่ประเทศต้องการพัฒนาและเร่งฟื้นตัวจากเหตุความไม่สงบทางการเมือง และปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย ย่อมถือว่างบลงทุนเท่านี้มีเพียงหยิบมือเดียวที่จะพัฒนาประเทศได้

ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้และชุดต่อไป ที่จะต้องพยายามจัดสรรงบประมาณในองค์รวมเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อประเทศให้ได้อย่างสูงสุดต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท