posttoday
หักดิบ

หักดิบ

07 ธันวาคม 2558

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์กไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อทรงอิทธิพลด้านผู้นำความคิดในสหรัฐ ยอมฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่เคยมีมา ด้วยการตีพิมพ์บทบรรณาธิการลงหน้า 1 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 100 ปี ของการทำหนังสือพิมพ์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์กไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อทรงอิทธิพลด้านผู้นำความคิดในสหรัฐ ยอมฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่เคยมีมา ด้วยการตีพิมพ์บทบรรณาธิการลงหน้า 1 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 100 ปี ของการทำหนังสือพิมพ์

บทบรรณาธิการหน้า 1 ครั้งนี้ โยงไปถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ 14 คน ที่เพิ่งเกิดขึ้นในซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนีย ซึ่งนิวยอร์กไทมส์ไม่ได้มุ่งปมไปที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) หรือการก่อการร้ายเหมือนที่สื่อทั่วไปกำลังถกเถียงเป็นวงกว้าง แต่มุ่งไปที่การแก้ปัญหาที่สามารถทำได้ในบ้านตัวเอง โดยไม่ส่งเครื่องบินรบหรือทหารไปถล่มไอเอสในซีเรีย

เพียงแต่ชาวอเมริกันต้องกล้า “หักดิบ” เลิกการครอบครองอาวุธปืน

นิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ความนิยมในการครอบครองปืนเป็นเหมือนกับโรคระบาดในสังคมชาวอเมริกันไปแล้ว เหตุน่าสลดที่แคลิฟอร์เนียก็เกิดขึ้นเพียงการใช้อาวุธปืนไรเฟิลที่หาซื้อได้ง่ายมาดัดแปลงเท่านั้น ซึ่งทางแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้จริงที่สุด คือการใช้กฎหมายควบคุมในสหรัฐเอง ไม่ให้พลเรือนสามารถครอบครองอาวุธปืน ใครที่มีปืนก็ต้องส่งมอบให้รัฐบาลเสีย คนที่จะครอบครองได้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลเท่านั้น

โดยปกติแล้วบรรณาธิการคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้เขียนบทบรรณาธิการ โดยมีความเป็นอิสระจากกองข่าว และทั้งสองส่วนนี้ก็มักจะแยกกันอย่างชัดเจน แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่นิวยอร์กไทมส์ยกบทบรรณาธิการมาอยู่ในพื้นที่ของข่าวหน้า 1

ทางสื่อชื่อดังมองว่า หมดเวลาพูดเรื่องการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ หรือมานั่งประนีประนอมกันแล้ว แต่ต้องลดจำนวนการถือครองปืนแบบรวดเดียว และมองว่าเรื่องการครองอาวุธปืนในสหรัฐยังสะท้อนถึงความเสื่อมทางศีลธรรมและความไร้เกียรติของชาติ ที่ปล่อยให้พลเรือนสามารถซื้อหาอาวุธที่ถูกผลิตขึ้นมาให้สามารถฆ่าคนได้อย่างทรงพลังและภายในพริบตา

อ่านแบบนี้แล้วหลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย หรือมองว่าเป็นการใช้คำที่รุนแรงเกินไป แต่สำหรับสื่อที่ต้องลงข่าวฆาตกรรมหรือการสังหารหมู่ข่าวแล้วข่าวเล่าในแต่ละปี ทั้งในระดับท้องถิ่นหรือเหตุการณ์ระดับประเทศอาจเป็นที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะหากดูเป็นตัวเลข เช่น ชาวอเมริกันอายุ 15-24 ปี เสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพราะกระสุนปืนมากกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ถึง 43 เท่า

เพราะสำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนในสหรัฐแล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือเป็นสิ่งที่สะท้อนความล้มเหลวของชาติในการปกป้องประชาชนของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท