
วันพ่อแห่งชาติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
ประเทศไทยโชคดีที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นการปกครองแบบพ่อปกครองลูก พระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ทรงปกป้องคุ้มครองอาณาประชาราษฎร์ ทรงนำทัพออกศึกสงครามด้วยพระองค์เอง เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยและเอกราชของชาติไทยไว้ให้พวกเราเหล่าพสกนิกรได้มีความร่มเย็นเป็นสุขมาจนทุกวันนี้
ซึ่งปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช นับแต่ทรงครองราชย์ก็ไม่เคยได้มีเวลาพักผ่อน ทรงทุ่มเททุกอย่างที่จะนำพาประเทศและประชาชนให้พ้นภัย ทั้งภัยสงครามในช่วงของสงครามเย็นและการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่หวังจะยึดครองประเทศไทย โดยมีคนไทยขายชาติขายแผ่นดินที่หวังจะยึดอำนาจและล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์และเพื่อพรรคพวกของตนเองจะยึดอำนาจปกครองประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จออกไปในพื้นที่ทุรกันดารบุกน้ำลุยโคลนขึ้นเขาลงห้วย ทรงเสด็จไปในพื้นที่ที่มีปัญหาและพื้นที่ที่ประชาชนถวายฎีการ้องเรียนขึ้นมา แม้กระทั่งพื้นที่ที่มีการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่มีแต่อันตราย พระองค์ก็ไม่ทรงหวาดหวั่นและไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่ประการใด
ทรงทำทุกวิถีทางเพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ซึ่งเปรียบเสมือนลูกของพระองค์อยู่ดี กินดี มีความสุข พอเพียงและเพียบพร้อมไม่อดอยากยากจน แต่ด้วยความจำกัดด้านงบประมาณที่พระองค์ทรงมี จึงได้พระราชทานแนวทางและปรัชญาในการพัฒนา จัดทำโครงการพระราชดำริและศูนย์ศึกษาพัฒนาตามภูมิภาคไว้เป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นการนำร่องให้รัฐบาลที่มีพร้อมทั้งกำลังคนและงบประมาณได้รับไปดำเนินการต่อ แต่ไม่มีรัฐบาลไหนที่เข้าใจและไม่นำเอาโครงการเหล่านี้มาบรูณาการเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ยกตัวอย่างเช่น “โครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ” ที่ได้เคยนำเสนอมาทุกรัฐบาล แต่ไม่มีรัฐบาลไหนสนใจที่จะทำในเชิงบูรณาการแบบครบวงจรตามที่ได้นำเสนอ เพราะรัฐบาลและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องไม่ใส่ใจและไม่เข้าใจแนวทางพระราชดำริ และไม่เคยสนใจที่จะศึกษาแนวปรัชญา แนวพระราชดำริและตัวอย่างตามศูนย์ศึกษาพัฒนาในภูมิภาคที่ทรงดำเนินการไว้ จึงไม่เข้าใจว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมองปัญหาแบบครบวงจรและทรงแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ” ไม่เหมือนรัฐบาลและหน่วยราชการที่มักจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพอให้สถานการณ์วิกฤตผ่านพ้นไปโดยไม่ได้มองการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุแบบบูรณาการอย่างครบวงจร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานั้นอีก
พระองค์ท่านมองเรื่องน้ำตั้งแต่ต้นน้ำป่าไม้ ฝายแม้วและน้ำต้นทุน ทั้งน้ำฝน ฝนหลวง น้ำทุ่ง น้ำท่า การเก็บกักน้ำ อ่างเก็บน้ำ ฝายทดน้ำ การถ่ายเทน้ำจากที่มีน้ำมากเหลือทิ้งเหลือใช้ไปเติมให้แหล่งน้ำที่มีน้ำน้อย ท่อส่งน้ำ อุโมงค์ส่งน้ำ การใช้ระบบชลประทานแบบประหยัดน้ำและสามารถกระจายน้ำไปได้ทุกพื้นที่ อ่างพวง คลองผันน้ำ คลองส่งน้ำ ท่อส่งน้ำ MICRO IRRIGATION การจัดระบบการเพาะปลูกที่ต้องดูตั้งแต่การจัดที่ดินทำกิน ตามแนวทางการปฏิรูปที่ดิน สภาพคุณสมบัติของดินและน้ำ การทำโซนนิ่ง วิธีการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร การตลาด เป็นต้น
ที่มาของโครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ คือ การเอาแนวพระราชดำริ โครงการพระราชดำริและตัวอย่างจากศูนย์ศึกษาพัฒนาจากทุกภาคที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำไว้ทั้งหมดมารวมกัน เช่น ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยัง จ.กาฬสินธุ์ ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง เป็นต้น
แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำริและทรงทำไว้เป็นแบบอย่างหากรัฐบาลได้นำมาบูรณาการจัดทำเป็นโครงการจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้แบบยั่งยืนและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความยากจนได้อย่างแท้จริง
เศรษฐกิจของชาติจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจะไม่กระทบกับภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ทรงพระราชทานไว้ในช่วงที่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” ที่คอยปกปักรักษาดูแลพวกเราทุกคนให้อยู่ดีมีความสุข ทุ่มเททุกอย่าง ไม่ว่าจะทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างไรก็ไม่เคยให้พวกเราได้รับรู้ ไม่เคยหยุดพัก ทรงงานแบบปิดทองหลังพระเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาตลอด
ผมดีใจที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการได้นำเอาวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยกลับมาสอนนักเรียนอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง หลังจากการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงหลักสูตรลดความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์โลกจนไม่มีเนื้อหาสาระในหลักสูตรเลย ครั้งแรกเอาไปรวมอยู่ในวิชาเสริมประสบการณ์ชีวิตก็แทบไม่เหลือสาระอะไร ต่อมาเอาไปไว้ในหมวดสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่มีเหลือเลย
คำพูดที่ว่า “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” นั้นเป็นความจริง เพราะบางเหตุการณ์มันมักจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเราไม่เคยจดจำประวัติศาสตร์ที่ต้องเอามาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ น้ำท่วมภัยแล้ง การปฏิวัติรัฐประหาร เป็นต้น
ประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นบทเรียนที่สำคัญที่ทำให้เรารู้ว่าคนไทย ชาติไทยมีกำเนิดมาอย่างไร สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญกับประเทศชาติอย่างไร ทำไมเราจึงมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับแผ่นดินไทยมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
ประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบคอมมิวนิสต์หรือสาธารณรัฐ ที่เกิดจากการปฏิวัติของประชาชน ซึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งมักจะเอาเรื่องนี้มาอ้างและพยายามเผยแพร่ข้อมูลเรื่องนี้อยู่เสมอ เหมือนกับพยายามล้างสมองคนไทยที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ว่าต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ไม่ได้บอกความจริงว่า ประเทศที่มีปฏิวัติประชาชนนั้นมีที่ไปที่มาแตกต่างจากประเทศไทย เมื่อมีโอกาสก็ยกเลิกการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยและพยายามอ้างงานวิจัยว่าประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกันมานั้นไม่ถูกต้อง ควรต้องมีการสังคายนาประวัติศาสตร์ชาติไทยกันใหม่ ทำให้คนไทยรุ่นที่ไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยมีคำถามว่า สถาบันกษัตริย์มีความสำคัญอย่างไร ทำไมต้องมี
น่าตกใจมาก เพราะคำถามเหล่านี้จะไม่มีมาจากคนไทยที่ได้เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย
แต่เป็นเพราะคนไทยรุ่นที่ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยจะไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่า พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเสียสละนำทัพปกป้องอำนาจอธิปไตยและผืนแผ่นดินไทย ดูแลแก้ไขปัญหาทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ สร้างชาติ สร้างแผ่นดินไทย ให้มีความมั่นคงแข็งแรง สถาบันกษัตริย์ไทยจึงอยู่คู่แผ่นดินไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้
ถ้าเราไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเสียสละดูแลพวกเราจนคนไทยอยู่ดีมีความสุขมาจนถึงวันนี้ ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
อย่าให้ใครมาสร้างความแตกแยกวุ่นวายอีกเลย คนไทยทุกคนต้องช่วยกันปกป้องสถาบัน
ถ้าคนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รู้รัก สามัคคี ทำดีเพื่อพ่อหลวงของเรา ชาติไทยจะมั่นคง เมื่อประเทศชาติมั่นคง เศรษฐกิจก็จะดี คนไทยจะมีแต่ความสุขและรอยยิ้ม
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและวันพ่อแห่งชาติ ร่วมกันถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี โดยการทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดินของคนไทยทุกคน
ทรงพระเจริญ







