
โอเปกบี้คู่แข่งเสียงแตก ฉุดราคาน้ำมันซบยาวปีหน้า
นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ที่การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก)
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก ที่การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) จะตัดสินใจจบการเจรจากันลงโดยที่ไม่ตัดสินใจอะไร และปล่อยให้ประเทศสมาชิกสามารถผลิตน้ำมันออกมาเท่าใดก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งคาดว่าจะมีการผลิตเพิ่มเป็น 31.5-32 ล้านบาร์เรล/วัน (ยังไม่รวมโควตาผลิตเพิ่มของอิหร่าน) จากเพดานก่อนหน้านี้ที่ราว 30 ล้านบาร์เรล/วัน
เสียงเรียกร้องจากสมาชิกรายเล็กที่ขอให้กลุ่มลดกำลังการผลิตลง เพื่อดันให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นนั้นไม่เป็นผล เพราะสมาชิกรายใหญ่ที่ชี้ขาดทิศทางในโอเปกอย่างซาอุดิอาระเบีย ยังคงยืนยันจะไม่ลดกำลังการผลิต หากประเทศนอกกลุ่มโอเปกไม่ยอมลดการผลิตด้วย
เท่ากับว่าโอเปกภายใต้การนำของซาอุดิอาระเบีย ส่งสัญญาณที่ชัดเจน 2 ประการ ถึงอุตสาหกรรมน้ำมันในปี 2016
ประการแรกนั้น โอเปกจะเดินหน้ากลยุทธ์ไล่บี้คู่แข่งนอกกลุ่มโอเปกต่อ โดยเฉพาะรัสเซียและสหรัฐ จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเพลี่ยงพล้ำจนกลับมาท้าทายไม่ได้ง่ายๆ อีก และประการต่อมาก็คือ ราคาน้ำมันโลกในปีหน้าจะยิ่งถูกลง หลังจากลงไปต่ำกว่าระดับ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลมาแล้วในปีนี้่ และจะไม่กลับมาแพงขึ้นอีกจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งปี 2016 เป็นอย่างน้อย
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันในสหรัฐ หรือกลุ่มเชลออยล์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถยืนหยัดในสงครามราคาน้ำมันได้ยาวนานเกินกว่าที่คาดไว้ หลังจากที่นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะต่อสู้และแบกรับภาระต้นทุนได้ถึงในช่วงกลางปี 2015 เท่านั้น
จากตัวเลขการผลิตน้ำมันในสหรัฐเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9.4 ล้านบาร์เรล/วัน หรือลดลงจากช่วงพีกในเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน เพียง 2.6 แสนบาร์เรล/วันเท่านั้น และยังถือว่าสูงกว่ากำลังการผลิตเมื่อช่วงต้นปี 2014 ที่วันละกว่า 1 ล้านบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า กลุ่มเชลออยล์ยังมีความได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถยืนระยะในการผลิตได้เต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอเปกต้องเดินหน้าเล่นสงครามราคาน้ำมันต่อเนื่อง แม้ว่าสมาชิกหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ซาอุดิอาระเบียเองจะต้องควักเนื้อเพื่อแบกต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ คู่แข่งที่สำคัญอีกฟากหนึ่งของโอเปกก็คือ รัสเซีย ที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านธุรกิจน้ำมัน หรือเหตุผลด้านการเมืองที่ต้องการตัดแขนขารัสเซียเพื่อหวังผลด้านซีเรียและการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ที่สุดแล้ว รัสเซียก็เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญที่ซาอุดิอาระเบียต้องการขยี้ให้ได้เช่นกัน
วอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ซาอุดิอาระเบียกำลังเปิดศึกแข่งกับรัสเซียโดยตรงในตลาดยุโรป โดยบริษัท ซาอุดิ อารัมโก เริ่มเสนอขายน้ำมันในราคาที่ถูกเป็นพิเศษให้กับสวีเดนและโปแลนด์ ซึ่งเป็นลูกค้าเดิมมาอย่างยาวนานของรัสเซีย และเป็นตลาดที่ซาอุดิอาระเบียไม่เคยเจาะเข้าไปได้มาก่อน
ยุทธการตัดราคาครั้งนี้ทำให้ซาอุฯ สามารถขายน้ำมันให้ พรีม เอบี ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในสวีเดนได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ตามมาการขายน้ำมันให้โรงกลั่นพีเคเอ็น ออร์เลน และกรูปา โลตอส ในโปแลนด์ ซึ่งถือเป็นการเจาะถิ่นยุโรปตะวันออกได้สำเร็จ
การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้รัสเซียต้องปรับตัวด้วยการลดราคาน้ำมันดิบยูรัลส์ ซึ่งจากเดิมที่มีราคาถูกกว่าน้ำมันดิบเบรนต์อยู่แล้ว แต่การเข้ามาแข่งของซาอุฯ ทำให้น้ำมันดิบของรัสเซียถูกกว่าเบรนต์ถึงเกือบ 3 เท่ามาแล้ว ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นอกจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเชลออยล์จากสหรัฐ ที่ได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้สามารถคงกำลังการผลิตได้เต็มที่ต่อเนื่อง และรัสเซียที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่นอกกลุ่มโอเปก จะเดินหน้าคงกำลังการผลิตเท่าเดิมแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มสต๊อกน้ำมันให้ยิ่งล้นตลาดจนฉุดราคาให้ถูกลงอีกก็คือ การเพิ่มกำลังการผลิตของอิหร่าน
อิหร่าน ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มโอเปก โดยเป็นรองเพียงซาอุดิอาระเบียเท่านั้น คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันออกมาเต็มที่ในปีหน้า ภายหลังได้รับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2016 อิหร่านจะสามารถผลิตน้ำมันได้ถึง 4 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่ 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน
เป็นที่คาดกันว่า รัฐบาลเตหะรานจะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันโลกต้องสะเทือนอีกในปีหน้า โดยเริ่มที่ตลาดยุโรป ซึ่งอิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบให้ยุโรปราว 4.4% และจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากนี้ โดยปัจจุบัน บริษัทน้ำมันแห่งชาติ อิหร่าน ออยล์ ได้ลดราคาขายน้ำมันในสัญญาส่งมอบล่วงหน้าเดือน ธ.ค.ไปแล้ว 5 เซนต์/บาร์เรล แม้ว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจะยังไม่ทันมีผลเลยก็ตาม
ด้าน ฟาวาด ราซักซาดา นักวิเคราะห์จากบริษัท เกน แคปปิตอล ระบุไว้ว่า สต๊อกน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้นอีกมาก จะกดดันราคาน้ำมันโลกในช่วงสั้นอย่างหนัก และอาจส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันขนาดเล็กนอกกลุ่มโอเปกถึงขั้นสู้ไม่ได้ ต้องออกไปจากตลาด
ผลการประชุมของโอเปกที่เปิดเสรีโควตาการผลิตน้ำมัน ยังทำให้โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป ออกมายืนยันซ้ำถึงการคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันโลกในปีหน้าว่า ราคาน้ำมันจะยังไม่มีทางฟื้นจนกว่าจะถึงช่วงปลายปี 2016 เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองที่ล้นตลาด
เดเมียน กูร์วาลิน นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐน่าจะยังต้านทานสงครามราคาน้ำมันของโอเปกได้ และแบกรับภาวะต้นทุนไปได้อีกยาวจนถึงช่วงปลายปีหน้า ก่อนที่จะต้องยอมถอยและลดกำลังการผลิตลง 5 แสนบาร์เรล/วัน และทำให้ราคาน้ำมันโลกค่อยๆ ทยอยกลับสู่ภาวะสมดุล
แม้จะไม่มีการเคาะตัวเลขที่ชัดเจน แต่โกลด์แมน แซคส์ ก็คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลก “จะถูกลงเป็นเวลานานกว่าเดิม” ซึ่งจากคาดการณ์เดิมก่อนหน้าในเดือน ก.ย. ว่าราคาจะลงไปแตะ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งหมายความว่า โลกอาจได้เห็นราคาน้ำมันต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ เป็นราคาพื้นฐานสำหรับปี 2016 ไปอีกหลายเดือนก็เป็นได้







