
เลือกกรรมการ สู่ความเป็นเลิศ
โดย...สรยุทธ วัฒนวิสุทธิ์
โดย...สรยุทธ วัฒนวิสุทธิ์
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการบริษัทมักจะมีความเป็นห่วงมากคือเรื่องของการเลือกเฟ้น และแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ CEO เพราะถ้าหากเลือกคนผิดมารับตำแหน่งสำคัญ ผลสุดท้ายอาจถึงกับทำให้ธุรกิจต้องพบกับหายนะได้ ฉันใดก็ฉันนั้น การจะเลือกใครสักคนมารับตำแหน่งกรรมการก็มีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน เพราะการตั้งกรรมการใหม่เข้ามาร่วมทีมอาจจะกระทบกับความร่วมมือระหว่างกรรมการชุดเดิมที่มีดีอยู่แล้ว
บริษัทจดทะเบียนที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่เลือกคนแบบเดียวกันมาทำงานร่วมกันในคณะกรรมการ เพื่อความหลากหลายของความคิด การจัดส่วนผสมของคณะกรรมการให้ลงตัวจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการได้
ในการเลือกกรรมการใหม่เข้ามาร่วมทีม คณะกรรมการจะต้องมองให้ไกลกว่า และข้ามประเด็นความสามารถ “ทางเทคนิค” ของกรรมการใหม่ เพราะความสามารถเหล่านั้นเป็นสิ่งที่กรรมการ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งจะต้องมีอยู่แล้ว เพราะหากไม่มีความรู้และทักษะที่เหมาะสม ก็ไม่อาจจะสร้างผลงานได้ตรงตามความคาดหวังที่กำหนดไว้ในดัชนีชี้วัดความสำเร็จได้
ประธานกรรมการและกรรมการทุกคนจะต้องแน่ใจว่า กรรมการแต่ละท่านจะสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ การจะเลือกคนใหม่มาร่วมวงศ์ไพบูลย์กับคณะกรรมการชุดเดิมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ที่ยากก็คือการจะหาใครสักคนที่สามารถจะทำงานเข้าขากับกรรมการคนอื่นๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งและตัดสินใจลำบาก
การทำความเข้าใจกับลักษณะการบริหารของกรรมการแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะกรรมการแต่ละคนซึ่งรวมถึง CEO ควรจะทำงานเสริมกันและกัน สอดคล้องกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กรและดึงศักยภาพของกรรมการแต่ละคนให้แสดงออกมาให้ได้มากที่สุด วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคณะกรรมการในการที่จะดูแลเรื่องนี้ คือการเข้าใจอุปนิสัยใจคอผ่านทฤษฎีทางจิตวิทยา “บุคลิกภาพพื้นฐานที่สำคัญ 5 แบบของมนุษย์” ได้แก่ บุคลิกภาพด้านการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ (Openness to experience) มีความสามารถในการปรับตัว และรับความเปลี่ยนแปลง ช่างสงสัย มีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังมีจินตนาการ ความคิดริเริ่ม และสร้างวิถีทางของตัวเองในการทำสิ่งต่างๆ ให้บรรลุผลสำเร็จ
บุคลิกภาพด้านการมีจิตสำนึก (Conscientiousness) มีการกำหนดมาตรฐานของตนเองและมุ่งมั่นพยายามที่จะทำให้ได้ตามมาตรฐานนั้น มีความคิดริเริ่มและพร้อมที่จะอาสาเข้ารับงาน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่ามีความอดทนและระมัดระวัง ใส่ใจในรายละเอียดและตรวจสอบความถูกต้องของงานอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นผู้ที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยไม่บกพร่อง บุคลิกภาพด้านการเปิดตนเอง (Extraversion) มีชีวิตชีวา ชอบออกสังคม และอยู่ท่ามกลางผู้คน ยินดีรับบทเป็นผู้นำของกลุ่ม มีอิทธิพลต่อความคิดของผู้อื่น สามารถโน้มน้าวผู้อื่นได้
บุคลิกภาพด้านการร่วมมือ (Agreeableness) พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ความร่วมมือ และความสนับสนุนในการดำเนินการเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน และมีบุคลิกของนักการทูต บุคลิกภาพด้านความมั่นคงทางอารมณ์ (Neuroticism หรือ Emotional stability) ไม่แสดงอาการหงุดหงิดออกมาให้ผู้อื่นสัมผัสได้ สามารถควบคุมอารมณ์ของตนได้ดี ทั้งยังสามารถจัดการกับความเครียดของตัวเองได้ดี มีความมั่นใจในตนเองและมองโลกในแง่ดี รวมถึงยังสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกลึกๆ ภายในของตัวเองและรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองด้วย
ความสำเร็จจากความแตกต่าง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสให้คำปรึกษาบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งโครงการที่ผมเข้าไปช่วยนี้ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแม่และกลุ่มบริษัทในเครือ รวมถึงหนึ่งในสี่ของคณะกรรมการของบริษัทด้วย
จากการวิเคราะห์บุคลิกภาพที่สำคัญห้าข้อ ผมพบว่าผู้บริหารกลุ่มนี้มีบุคลิกบางอย่างคล้ายๆ กัน ได้แก่ พลังในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นตัวของตัวเอง แต่สิ่งที่ขาดหายไปหรืออาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว คือความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย และการปรับตัวกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วอะไรละเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จขององค์กรนี้ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
เมื่อพิจารณาในเชิงลึกก็พบว่า คำตอบอยู่ที่ตัว CEO เอง กล่าวคือภาพรวมด้านบุคลิกภาพของ CEO อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับผู้บริหารคนอื่นๆ หมายความว่า CEO ท่านนี้สามารถเข้าใจและทำงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าผู้บริหารจะมีอุปนิสัยอย่างไร ประเด็นสำคัญคือคะแนนของ CEO อยู่ในระดับสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยของทีมผู้บริหาร ในเรื่องของการทำงานเสร็จตามกำหนดเวลา ความคิดริเริ่ม และภาวะผู้นำ ด้วยเหตุนี้แม้ว่าโดยรวมกลุ่มผู้บริหารอาจจะขาดบางอย่างแต่ก็ถูกชดเชยด้วยการนำของ CEO เอง
การวิเคราะห์ในลักษณะนี้จะมีประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่ององค์ประกอบที่ลงตัวของคณะกรรมการและทีมผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจจะแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว







