
เขื่อนโคราชวิกฤต น้ำเหลือใช้แค่46%
อ่างเก็บน้ำโคราช 6 แห่งน้ำเหลือแค่ 46% ผู้ว่าฯ สั่ง 32 อำเภอเร่งสำรวจแหล่งน้ำสูบไว้ใช้หน้าแล้ง
อ่างเก็บน้ำโคราช 6 แห่งน้ำเหลือแค่ 46% ผู้ว่าฯ สั่ง 32 อำเภอเร่งสำรวจแหล่งน้ำสูบไว้ใช้หน้าแล้ง
นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ 6 แห่งของจังหวัดมีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปีหน้า ซึ่งปัจจุบันอ่างขนาดใหญ่ 5 แห่ง และขนาดกลาง 1 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมเหลืออยู่เพียง 489 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 46% ของความจุกักเก็บทั้งหมด 1,059 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ให้เร่งสำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติที่เหลืออยู่เพื่อทำการสูบน้ำไปกักเก็บไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ ส่วนข้าวนาปีซึ่งขณะนี้มีอยู่เกือบ 1 ล้านไร่ เริ่มเก็บเกี่ยวกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนงดปลูกข้าวนาปรังฤดูแล้งนี้
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งหน่วยงานภาครัฐจัดน้ำป้อนโรงงานอุตสาหกรรม ฝั่งภาคตะวันออกเพื่อป้องกันเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและชุมชนจะขยายตัวมากขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ระยอง และชลบุรี ล่าสุดกรมชลประทานแจ้งว่าจะไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ ตลอดฤดูแล้งปี
ขณะที่ปัญหาด้านมลพิษในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ล่าสุดได้สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งส่งรายงานข้อมูลผลตรวจวัดการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายให้กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ตลอดทั้งกำหนดมาตรการแก้ไขให้ตรงประเด็นปัญหา เพราะปัจจุบันสารอินทรีย์ระเหยง่ายบางตัวยังคงเป็นปัญหาของพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสารมลพิษทางอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้ทาง จ.ระยอง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น







