
เปิดโผดาวรุ่ง-ดาวร่วงเวียดนาม
ในช่วงที่ผ่านมาคลื่นการลงทุนของเอกชนทั่วโลกและธุรกิจไทย ต่างถาโถมเข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ แต่ในอนาคตนับจากนี้ถือว่าเป็นยุคใหม่ และเป็นยุคที่เห็นภาพว่าธุรกิจใดเป็นธุรกิจดาวรุ่งหรือธุรกิจดาวร่วงกันอย่างชัดเจน
ในช่วงที่ผ่านมาคลื่นการลงทุนของเอกชนทั่วโลกและธุรกิจไทย ต่างถาโถมเข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ แต่ในอนาคตนับจากนี้ถือว่าเป็นยุคใหม่ และเป็นยุคที่เห็นภาพว่าธุรกิจใดเป็นธุรกิจดาวรุ่งหรือธุรกิจดาวร่วงกันอย่างชัดเจน
สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม เล่าว่า ที่ผ่านมามีคลื่นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เข้าสู่เวียดนามไปแล้ว 2 ลูก โดยคลื่นลูกแรกต้องเผชิญอุปสรรคด้านกฎหมาย ปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการต่างๆ (Red Tape) ขณะที่คลื่นลูกที่สองก็เผชิญปัญหาความผันผวนของค่าเงินในเวียดนามที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มาถึงขณะนี้ เอฟดีไอที่จะเข้าสู่เวียดนามต้องถือเป็น “คลื่นลูกที่สาม” และเป็นคลื่นการลงทุนที่จะมีเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น และมองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างชัดเจนขึ้น
สนั่น ย้ำว่า ในช่วงศตวรรษที่ 21 นี้ ทั้งรัฐบาลและเอกชนต่างต้องเปลี่ยนมุมมองและชุดความคิดของตัวเองกันใหม่ ต้องหันมาสนใจตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และมีปัจจัยบวกที่น่าสนใจหลายด้านต่อธุรกิจไทย
ที่สำคัญ หากใครมีความพร้อมก็ต้องตระหนักว่า นี่ไม่ใช่ยุคที่ธุรกิจจะปักหลัก หรือนั่งรอเพียงแค่ส่งออกสินค้าจากฐานการผลิตในประเทศอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว และในขณะที่เอกชนกำลังมองหาโอกาสที่เป็นดาวรุ่งในตลาดใหม่ๆ ภาครัฐมีหน้าที่ต้องส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น







