posttoday
เหรียญขลัง เหรียญดัง เหรียญเพชรน้ำหนึ่ง

เหรียญขลัง เหรียญดัง เหรียญเพชรน้ำหนึ่ง

06 ธันวาคม 2558

พระเกจิอาจารย์มากมายในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับด้านความขลังและศักดิ์สิทธิ์

โดย...เอกชัย จั่นทอง

เหรียญขลัง เหรียญดัง เหรียญเพชรน้ำหนึ่ง

 

พระเกจิอาจารย์มากมายในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับด้านความขลังและศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ถนัดช่ำชองและเป็นที่เคารพรักของชาว จ.อุบลราชธานี และชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนได้รับสมญานามว่า “พระครูดีโลด” หรือพระครูวิโรจน์รัตโนบล หรือหลวงปู่รอด นับเป็นพระเถราจารย์ผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ยึดมั่นในความสันโดษ ไม่ใคร่ดีในโลภะ โทสะ โมหะ เพราะแม้แต่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเถระผู้ถึงซึ่งอรหันตเจ้า ยังมีความเคารพนับถือในตัวท่าน

สำหรับพระครูวิโรจน์รัตโนบล แห่งวัดทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จัดเป็นพระที่ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือนับถือเคารพยกย่องอย่างมากองค์หนึ่ง เพราะไม่ว่าใครจะมาขอให้พระอาจารย์รอดอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลด้านใดก็ตาม ท่านเป็นต้องตกปากตกลงให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง แม้แต่ผู้ที่เดินทางมาพบพระอาจารย์รอดร้องขอให้ช่วยเพราะถูกคุณไสยผีเข้าสิงต่างๆ สารพัดปัญหา นั่นหมายถึงโอกาสรอดหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะเมื่อถึงมือท่านก็ไม่ต้องห่วงผู้เดือดร้อนทุกข์ใจในปัญหาจะแคล้วคลาดอยู่รอดปลอดภัยจากสิ่งอันตราย
ทั้งหลาย 

อย่างเหตุการณ์หนึ่งมีชาวบ้านเกิดกระดูกท่อนแขนและขาหัก พระอาจารย์รอดได้ใช้น้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์พรมประสานกระดูกที่หักให้ต่อสนิทได้เหมือนเดิม นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำประชาชนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความศรัทธาพระอาจารย์รอด ด้วยการเคารพสักการะอย่างบริสุทธิ์ใจ

อุปนิสัย พระอาจารย์รอดเป็นพระที่มีจิตใจเยือกเย็น กิริยามารยาทอ่อนโยน โดยเฉพาะวาจาของพระอาจารย์รอดเป็นที่ถูกอกถูกใจและจับจิตแก่ผู้ที่ได้สนทนาธรรมด้วย กระทั่งท่านได้สมญานามว่า “พระครูดีโลด” มีเมตตากรุณาสูง มักให้ความช่วยเหลือแก่คนทุกชนชั้น ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง นับเป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน อีกทั้งยังสามารถผูกจิตใจของพุทธบริษัทได้อย่างดี ท่านอยู่เพศบรรพชิตตลอดอายุขัย มั่นคงในศีลธรรมและพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์ ลงอุโบสถสวดมนต์ไม่เคยขาด จึงเป็นที่เคารพสักการะทั้งฆราวาส พระ เณร

ย้อนไปช่วงปี พ.ศ. 2444  มีพระเถระจากเมืองอุบลราชธานีได้เดินธุดงค์เพื่อมานมัสการพระธาตุพนมใน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยปักกลดพักแรมอยู่ที่รอบสะพังโบราณ บริเวณวัดธาตุพนม คณะธุดงค์ครั้งนี้ประกอบไปด้วย พระครูสีทา วัดบูรพา พระอาจารย์มั่น และท่านอาจารย์หนู ได้มาพิจารณาดูองค์พระธาตุพนม พบว่ามีความทรุดโทรมชำรุดเสียหายมาก และเกินกำลังความสามารถที่จะทำการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ได้

ท้ายที่สุดจึงแนะให้มัคนายกวัดและชาวบ้านว่า ถ้าจะช่วยกันซ่อมแซมองค์พระธาตุพนมให้ดีสมบูรณ์ ต้องอาศัยผู้ที่สร้างบุญบารมีมาก มาเป็นหัวหน้าคณะดำเนินการซ่อมแซม คณะเดินธุดงค์ทั้ง 3 รูป แนะนำว่าให้ไปเชิญท่านพระอาจารย์รอด วัดทุ่งศรีเมือง ซึ่งเป็นพระที่มีประชาชนเคารพนับถือจำนวนมาก มาดำเนินการช่วยซ่อมแซมองค์พระธาตุพนมอันใหญ่โตมโหฬารจึงจะซ่อมสำเร็จได้

ด้วยอปุนิสัยของพระอาจารย์รอดแล้ว ท่านไม่เคยขัดศรัทธาใคร จึงตอบตกลงรับนิมนต์มาดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ด้วยการเริ่มบูรณะองค์พระธาตุพนม มีการตั้งเครื่องสักการะบูชา อัญเชิญเทพเทวดาที่สถิตองค์พระธาตุพนม ขอให้ช่วยการซ่อมแซมครั้งนี้เสร็จลุล่วงด้วยดี แต่ชาวบ้านไม่กล้าเข้ามาช่วย เพราะกลัวเทวดาอารักษ์จะทำร้าย แม้แต่พระและเณรต่างหนีหายไม่กล้ามาช่วย สุดท้ายเหตุการณ์กับพลิกผัน
ไม่มีอันตรายใด พระ เณร และชาวบ้าน จึงพากันแห่ช่วยมากมาย น้ำจิตน้ำใจทั้งหลายทำให้องค์พระธาตุพนมกับมาสวยงามกว่าเดิมจนผิดตา

หลังการซ่อมองค์พระธาตุพนมเสร็จ ปรากฏว่ามีเงินเหลือจากการซ่อมแซมกว่า 100 ชั่ง หรือประมาณ 1 แสนบาท แต่หากเทียบกับปัจจุบันจะมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท นั่นแสดงว่า ประชาชนนับถือศรัทธาพระอาจารย์รอดมาก เพราะต่างมีจิตศรัทธานำเงินมาบริจาคคนละเล็กคนละน้อยจนกลายเป็นเงินจำนวนมากเพื่อใช้ดูแลองค์พระธาตุพนม โดยเงินจำนวนดังกล่าวพระอาจารย์รอดนำไปมอบให้เจ้าเมืองนครพนมเก็บรักษา แต่เจ้าเมืองเกิดความโลภนำเงินไปปล่อยกู้กินดอกผล

ต่อมาทางวัดพระธาตุพนมต้องการใช้เงิน จึงเรียกเงินคืน ปรากฏว่าเจ้าเมืองนำเงินมาคืนไม่ครบขาดไปอีกจำนวนมาก ทันใดนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อฟ้าได้ผ่าเปรี้ยงลงบ้านของเจ้าเมืองเกิดไฟไหม้จนหมดเกลี้ยง กลายเป็นเรื่องที่โจษขานกันถึงเวรกรรมที่เอาเงินวัดไปหมุนใช้ นั่นคือบทเรียนที่ทำให้ไม่มีใครกล้าลองดีกับพระอาจารย์รอด

ถัดมาในปี พ.ศ. 2449 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้ถวายระฆังเป็นพุทธบูชาแก่องค์พระธาตุพนม 2 ใบ และเมื่อพระอาจารย์รอดบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุจนเสร็จสิ้น จึงได้เดินทางกลับ จ.อุบลราชธานี ตามเดิม ก่อนจะได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ พระอาจารย์รอดยังได้สร้างเหรียญที่ระลึกครั้งแรกปี พ.ศ. 2483 นับเป็นเหรียญที่มีความขลัง เป็นเหรียญดัง และเป็นเหรีญเพชรน้ำหนึ่ง ของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแจกให้กับศิษยานุศิษย์ได้คุ้มตัว

ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ หูในตัว ด้านหน้ายกขอบเส้นลวดนูนรอบเหรียญหนึ่งเส้น ตรงมีรูปหลวงปู่รอดหน้าตรงเต็มองค์ นั่งขัดสมาธิห่มจีวรเฉียง พาดสังฆาฏิ มือท่าสมาธิ นั่งอยู่บนแท่นฐานอาสนะมีไข่ปลาแบบบัวคว่ำบัวหงาย ด้านหน้าแท่นฐานมีผ้าทิพย์ห้อยลงมา ด้านข้างองค์หลวงปู่รอดมีตัวอักษรขอมอ่านว่า อะ เม อุ อยู่บรรทัดแรก ถัดมาบรรทัดสองมีภาษาขอมเช่นกัน เขียนว่า “นะ มะ พะ ทะ” ซึ่งเป็นหัวใจธาตุทั้ง 4 คือ “ดิน น้ำ ลม ไฟ”

ส่วนด้านหลังเหรียญ ด้านบนมีลายกระหนกครึ่งของพื้นที่เหรียญ มีอักษรขอมลงด้วยหัวใจอักขระที่เข้มขลัง อ่านว่า “อะ ระ หัง อะ ระ หัง ระ อะ ระ ยะ หา” ด้านล่างสุดของเหรียญมีอักษรเขียนว่า “ทา ริ เน ปะ วิ ยะ สะ อา มะ อุ”

นั่นนับเป็นเหรียญรุ่นแรกที่จัดสร้างขึ้น มีเนื้อทองแดง เนื้อสัมฤทธิ์ กะไหล่เงิน กะไหล่ทอง โดยพระอาจารย์รอดเป็นผู้ปลุกเสกเองกับมือ จัดสร้างตามแบบโบราณาจารย์ คาดว่าเหรียญรุ่นดังกล่าวสร้างไว้ประมาณ 500 เหรียญเท่านั้น ดังนั้นเหรียญหลวงปู่รอดรุ่นแรก จึงจัดเป็นเหรียญยอดเยี่ยมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่หาได้ยาก ใครมีไว้คุ้มครองป้องกันตัวต่างจะหวงแหน 

เหรียญพระอาจารย์รุ่นนี้ มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันอันตราย สมกับชื่อเสียงเรียงนามที่ได้รับคือ “พระครูดีโลด” เพราะทำอะไรๆ ก็ดีไปทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นเหรียญที่ครองหัวใจชาว จ.อุบลราชธานี จนถึงทุกวันนี้

เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปไม่อาจย้อนกลับ พระอาจารย์รอดมรณะภาพลงวันที่ 1 ธ.ค. 2484 ณ วัดทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์และประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างมาก ด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้สั่งสมไว้นานัปการ การจัดงานจึงไปอย่างสมเกียรติและสวยงาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท