
ยันแก้ไอยูยูตามข้อกังวลแล้ว
รัฐบาลแถลงผลแก้ประมงผิดกฎหมาย ยืนยันทำตามข้อกังวลของอียูครบแล้ว
รัฐบาลแถลงผลแก้ประมงผิดกฎหมาย ยืนยันทำตามข้อกังวลของอียูครบแล้ว
พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ศปมผ.สร้างกติกาที่มีประสิทธิภาพตามข้อกังวลของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นการแก้ไขหมดแล้ว
“การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มีเพียง 2 คำเท่านั้น คือ วางระบบและจัดระเบียบ ซึ่งการวางระบบได้ทำอย่างเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดระเบียบ สิ่งที่ ศปมผ.จะทำก็คือนำประเทศไทยไปสู่มาตรฐานสากล จะฟื้นคืนทะเลไทย แรงงานต่างๆ จะถูกจัดระเบียบให้เข้าสู่ระบบมากขึ้น” พล.ร.ท.จุมพล กล่าว
สำหรับการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่ผ่านมา มีการเพิกถอนทะเบียนเรือประมงผิดกฎหมาย จำนวน 8,024 ลำ การกำหนดพื้นที่การทำการประมงไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ โดยกำหนดที่ 6 ไมล์ในอ่าวไทย และ 3 ไมล์ในทะเลอันดามัน
นอกจากนี้ ได้ตั้งระบบติดตามเรือประมงไทยนอกน่านน้ำและเรือประมงใหญ่กว่า 60 ตันกรอส ติดตั้งทุกลำและเรือขนาดอื่นติดตั้งแล้วรวม 4,986 ลำ การช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงินช่วยเหลือชาวประมงจำนวน 228 ล้านบาท รวมทั้งยังควบคุมจำนวนเครื่องมือทำการประมง โดยการกำหนดขนาดตาอวนและตาอวนก้นถุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
พล.ร.ท.จุมพล กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้แก้ไขอัตราค่าปรับผู้ที่ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในอัตราค่าปรับสูงสุด เช่น การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือลูกจ้างอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเรือประมง พร้อมกันนี้กำลังอยู่ระหว่างการออกกฎกระทรวง กำหนดห้ามจ้างลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในโรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ สถานที่แปรรูปสัตว์
สำหรับช่วงระหว่างเดือน พ.ย. 2558-ธ.ค. 2559 ศปมผ.มีแผนนำกฎหมายและแผนที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด โดยจะเปลี่ยนผ่านให้หน่วยงานรับผิดชอบหลัก อาทิ กรมประมง กรมเจ้าท่า และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมปฏิบัติในการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย







