posttoday
ตำรวจรับเตือน ‘ไอเอส’ ของจริง หน่วยงานมั่นคงสั่งคุมเข้ม

ตำรวจรับเตือน ‘ไอเอส’ ของจริง หน่วยงานมั่นคงสั่งคุมเข้ม

05 ธันวาคม 2558

ภายหลังมีหนังสือราชการเรื่องทางการรัสเซียแจ้งเตือนประเทศไทยให้เฝ้าระวังชาวซีเรีย 10 คน ซึ่งข้องแวะกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ภายหลังมีหนังสือราชการเรื่องทางการรัสเซียแจ้งเตือนประเทศไทยให้เฝ้าระวังชาวซีเรีย 10 คน ซึ่งข้องแวะกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) เดินทางเข้ามายังประเทศไทย “หลุด” รอดออกมา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งดำเนินมาตรการความปลอดภัยเข้ม

“สิ่งสำคัญในขณะนี้คืออย่าสร้างความตระหนก และขอให้มั่นใจการทำงานของฝ่ายความมั่นคง หากเราเข้มแข็งเพียงพอก็เชื่อว่าจะสามารถป้องกันเหตุร้ายได้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุพร้อมทั้งยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอส

สำหรับหนังสือราชการที่หลุดออกมา นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการสอบสวนแหล่งที่มาทันที

“คือเอกสารจริงหรือเปล่า หลุดมาจากที่ใด เพราะมีระเบียบและกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพราะเอกสารลับจะออกมาไม่ได้ เพราะมีมาตรการในการรักษาความลับ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เขา ย้ำว่า จะหาตัวบุคคลที่นำเอกสารออกมาให้ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลติดตามข่าว และตรวจสอบนักท่องเที่ยวชาวซีเรียในประเทศไทยกว่า 400 คน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ

“ผมยังบอกไม่ได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ผมจะทำให้ได้และดีที่สุดในทุกพื้นที่ จึงขอให้เชื่อมั่น” พล.อ.ประวิตร ระบุ

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก สตช. ยอมรับว่า หนังสือราชการที่หลุดออกมาเป็นของจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าชาวต่างชาติทั้ง 10 คนนั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ เพียงแต่ขณะนี้ตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดพื้นที่สำคัญในการดูแลความปลอดภัย

สอดรับกับแนวทางการสืบสวนด้านการข่าว พบว่า ทั้ง 10 คนนั้น รัสเซียได้ส่งข้อมูลชื่อและลักษณะเฉพาะเกี่ยวกับตัวบุคคลมาให้ทางการไทยแล้ว 8 คน ส่วนอีก 2 คน ทางรัสเซียไม่มีข้อมูล

เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ยอมรับว่า หนังสือแจ้งเตือนที่ว่าไม่ควรจะหลุดออกมาสู่สาธารณะ เพราะอาจทำให้ประชาชนตื่นตระหนกได้ พร้อมกับเร่งหาต้นตอสาเหตุของหนังสือที่หลุดออกไป เพราะนี่ถือว่าเป็นเอกสารที่ลับสุดยอด

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยืนยันว่า ยังไม่พบว่ากลุ่มไอเอสเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย และประเทศไทยก็ไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้งใดๆ อีกด้วย

“มาตรการรองรับและขั้นตอนต่างๆ เรามีพร้อมอยู่แล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ผมเชื่อว่าฝ่ายข่าวกรองของเรา ทั้งกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง เป็นการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวซีเรียเข้าประเทศวันละ 200 คน ข่าวก็คือข่าว แต่เราไม่ได้ปล่อยปละละเลยในเรื่องการข่าว ผมทำงานด้านการข่าวมานานพอสมควร ไม่เคยมีปรากฏว่าจะมีก่อการร้าย” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ย้ำ

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ได้มีการดำเนินการสั่งการเพิ่มความเข้มมาตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกิจกรรมมากมายตลอด เป้าหมายคือต้องรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างดีที่สุด

ถ้อยแถลงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว เพราะหน่วยงานด้านการข่าวยังไม่พบข้อมูลการเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ด้าน พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรงกับประเทศใด ส่วนความน่าจะเป็นที่กลุ่มก่อการร้ายจะเดินทางเข้าไทยนั้นต้องรอการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่

ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี บอกเช่นกันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข่าวสารไม่ใช่ข่าวกรอง และต้องมีการตรวจพิสูจน์ก่อน ฉะนั้นประชาชนยังไม่ควรตื่นตระหนก แต่ขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังการก่อเหตุ

“ส่วนการตรวจสอบบุคคลที่หลบหนีเข้าเมืองทั้งทางปกติ และตามพื้นที่ชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด อีกทั้งการปลอมแปลงเอกสารเดินทางขณะนี้ก็ทำได้ยากมากขึ้น เชื่อว่ากระแสข่าวดังกล่าวจะไม่กระทบต่อความสุขของประชาชน” พล.อ.ธนะศักดิ์ ย้ำ

ความเป็นไปได้ที่กลุ่มก่อการร้ายระดับโลกจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยอย่างง่ายดายนั้น ในมุมมองของ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) บอกว่า หากเป็นกลุ่มก่อการร้ายจริง ก็ไม่จะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทก็ต้องเข้มงวดระวังเช่นกัน แม้ว่ายังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวจะเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยก็ตาม ส่วนของกองปราบปรามนั้นมอบหมายให้ผู้กำกับการ 1-6 วางกำลังเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งให้รถสายตรวจของกองปราบปรามลงพื้นที่พร้อมกับประชาสัมพันธ์ตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมทั้งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวตามต่างจังหวัดหลังมีข่าว จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าตระหนก แต่ให้ช่วยกันตระหนักในเรื่องความปลอดภัย เชื่อว่าทุกเมืองได้รับผลกระทบหมด แต่ จ.ภูเก็ต รับนักท่องเที่ยวทุกชาติ ก็ขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมมือกัน ทำให้ทุกคนเข้ามาแล้วมีความสุข

พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ใน จ.ภูเก็ต ว่าจะมีเหตุร้ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังไม่ได้รับแจ้งเป็นทางการเพื่อตรวจสอบบุคคลต่างชาติแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ุม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา ระบุว่า มีการวางกำลังดูแลพื้นที่สำคัญต่างๆ อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาทได้กำชับสายตรวจให้ออกพื้นที่ถี่และมากขึ้น โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จุดล่อแหลมต่างๆ ในเมืองพัทยา รวมทั้งประสานอาสาสมัครในพื้นที่ช่วยดูแลอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท