
SMEs! The next Thailand Hero
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้พบกับกลุ่ม SMEs หลากหลายกลุ่ม ส่วนตัวสนใจเรื่อง SMEs ก็เพราะโตมาจากการเป็น SMEs แล้วเห็นชัดเจนว่าหาก SMEs เข้มแข็งพอ มิติอื่นๆ ทางสังคมจะดีไปด้วยโดยไม่ต้องเป็นภาระใคร ไม่ว่าชุมชน สังคม การศึกษา เลยลองเข้าไปดูข้อมูลทั้งทางการและไม่ทางการ พบว่า SMEs แต่ละกลุ่มทั่วประเทศขยับตัว อาจเพราะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงทำให้แต่ละกลุ่มได้มีการสื่อสารและรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนขึ้น ข่าวสารถึงกัน และอาจเพราะวิกฤตบางอย่างมาถึงหน้าบ้านแล้ว
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้พบกับกลุ่ม SMEs หลากหลายกลุ่ม ส่วนตัวสนใจเรื่อง SMEs ก็เพราะโตมาจากการเป็น SMEs แล้วเห็นชัดเจนว่าหาก SMEs เข้มแข็งพอ มิติอื่นๆ ทางสังคมจะดีไปด้วยโดยไม่ต้องเป็นภาระใคร ไม่ว่าชุมชน สังคม การศึกษา เลยลองเข้าไปดูข้อมูลทั้งทางการและไม่ทางการ พบว่า SMEs แต่ละกลุ่มทั่วประเทศขยับตัว อาจเพราะมีโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงทำให้แต่ละกลุ่มได้มีการสื่อสารและรวมตัวเป็น
กลุ่มก้อนขึ้น ข่าวสารถึงกัน และอาจเพราะวิกฤตบางอย่างมาถึงหน้าบ้านแล้ว
ทำไม SMEs จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่ต้องเอามาพูด ถ้าดูจากข้อมูลทางการจะเห็นว่ามี SMEs กระจายตัวทั่วประเทศอยู่ประมาณ 2.8-2.9 ล้านราย คิดเป็นจำนวน 98.5% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งหมด หมายความง่ายๆ ว่าเกือบทั้งหมดที่เป็นนิติบุคคลของประเทศไทยเป็น SMEs ดูข้อมูลลงลึกไปอีกหน่อย ก็พบว่าส่วนมากที่สุดอยู่ในกลุ่มค้าส่ง ค้าปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ประมาณ 43.6% ต่อมาคือภาคบริการ 37.8% และภาคผลิต 18.7%
มองมุมจ้างงาน SMEs จ้างงานทั้งหมดประมาณ 12 ล้านคน คิดเป็น 80.4% ของการจ้างงานรวมทั้งหมดของประเทศ ตัวเลข GDP Contribution ของ SMEs ประมาณ 4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37% ของ GDP (ข้อมูล สสว. ปี 2555) จากทั้งหมดคงพอให้ผู้อ่านมองเห็นภาพในเชิงปริมาณ จำนวนราย จำนวนคนที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี และที่ขึ้นหัวข้อบทความวันนี้ไว้แบบนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า ไม่แน่ว่า SMEs นี่ล่ะจะเป็นตัวสร้างสมดุลที่ดีที่สุดให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาคในภายหน้า ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ต้องพึ่งการส่งออกเป็นหลัก แม้ว่าจะมี SMEs บางส่วนส่งออกหรือนำเข้าปนอยู่ด้วยก็ตาม มองมุมสังคมพร้อมๆ กับเศรษฐกิจ
ผู้เขียนเข้าไปอ่านแผนการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. แล้วรู้สึกดีมาก โดยเฉพาะแผนภาพแผนภาพหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภาครัฐไม่ได้ดูถูกดูแคลน SMEs อีกต่อไป
สรุปง่ายๆ ว่าทางภาครัฐให้ความสำคัญสูงมาก มองตั้งแต่การขจัดอุปสรรคการทำธุรกิจ การเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย การเน้นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ การให้ความรู้ จนกระทั่งการหวังว่าจะต่อยอดเป็นธุรกิจข้ามชาติได้ แต่ผู้เขียนยังมีคำถามจากแผนภาพสวยๆ นี้หลายเรื่อง ที่ฝากผู้รับผิดชอบคิดต่อ หรือหากคิดแล้วก็แล้วกัน
1.แหล่งเงินทุนของ SMEs เข้าถึงได้จริงหรือไม่? สะดวกหรือไม่ และรูปแบบใด วิสาหกิจขนาดใหญ่ไม่ต้องห่วง หลากหลายต้นทุนต่ำ SMEs มักมาในรูปการเป็นหนี้ จะดอกเบี้ยต่ำสูงก็คือหนี้ และหากมองย้อนนโยบายช่วย SMEs มาตลอดหลายปี ก็คือการเพิ่มหนี้นั่นเอง เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีหนี้เสียย่อมสูง และอัตราหนี้ครัวเรือนก็จะสูงตาม เพราะแม้จะเป็นนิติบุคคล สถาบันการเงินก็จับบุคคลค้ำหมด ล้มก็ล้มหมด มีทางเปลี่ยนรูปแบบแหล่งเงินทุน SMEs ที่ไม่ใช่ลักษณะที่เป็นหนี้สินได้หรือไม่?
2. จากข้อ 1 มีการถกเถียงกันหลายมุม เรื่องถ้าไม่มีวินัยทางการเงินก็เกิดหนี้เสีย บัญชีไม่มีระบบ ภาษีจ่ายไม่ครบ อันนี้ไม่เป็นไร ต้องปรับตัวแก้ไขกันไป คำถามคือ หากลองเปรียบเทียบความช่วยเหลือของรัฐกับรายใหญ่ๆ เวลามีวิกฤตบ้าง มีแฮร์คัต มีลดหนี้ รัฐช่วยพยุง จ่ายภาษีในอัตราต่ำกว่า มีเครื่องมือทางบัญชีหักลดหย่อนมากกว่า หรือแม้แต่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทุกยุคผ่านการใช้จ่ายงบประมาณมหึมา นั่นคือการสร้าง
รายได้ให้เอกชน ซึ่งธรรมชาติแน่นอนว่าเมื่อน้ำหลาก ใครมีกระป๋องมีขันใหญ่กว่า ก็ตักน้ำได้มากกว่าคนมีกระป๋องเล็ก มันเลยดูเหมือนกับว่ากระตุ้นรายใหญ่ทั้งช่วยลดหนี้ และให้รายได้ แต่พอกระตุ้นรายเล็กให้ใช้จ่ายเหมือนกันแต่เพิ่มหนี้ สิ่งที่น่าคิดคือมีทางสร้างรายได้ให้ SMEs จากงบประมาณทางตรงได้หรือไม่? SMEs ไม่ต้องการหนี้เงินกู้ แต่ต้องการตลาดต่างหาก และไม่ได้ต้องการตลาดใหญ่มากเหมือนการส่งออก แต่มีผลต่อคนจำนวนมากกว่า
จบคำถามต่อภาครัฐ เชื่อทิศทางว่าท่านจะเอาจริงแน่และเห็นความสำคัญเรื่องนี้ หันกลับมาทาง SMEs เอง ก็มีคำถามเช่นกันว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงมากแล้ว โครงสร้างการค้าเปลี่ยนแปลง ประเทศเปิดเต็มที่ ท่านพร้อมปรับตัวหรือไม่ ลักษณะที่เห็นได้ชัดที่สุดที่ทำเสมอคือการร้องเรียน และการร้องขอให้รัฐช่วยเหลือ แต่ท่านกลับยืนอยู่ที่เดิม ซึ่งเรียนตรงๆ ว่าในความเห็นส่วนตัวรัฐช่วยเหลือลำบากมาก และโดยธรรมชาติการช่วยเหลือมักจะเป็นเรื่องการให้ท่านเป็นหนี้ เอาหนี้ใหม่ไปชำระหนี้เก่า และการจัดสรรที่จะทำให้ยุติธรรม ทั่วถึง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะเม็ดเงินจำกัด ท่านพอจะช่วยตัวเองในระดับหนึ่งได้หรือไม่ คือการปรับตัว และใช้วิธีเรียกร้องจากรัฐเป็นวิธีสุดท้าย เมื่อท่านแข็งแรงพอจะเรียกร้อง
ท่านทำได้ด้วยการรวมกลุ่มเพื่อส่วนรวมของท่านเอง ไม่ใช่รวมกลุ่มเพื่อแย่งชิงอำนาจการต่อรองกับใคร อย่ามองรายใหญ่เป็นอุปสรรค และหากลไกบางอย่างสร้างกระบวนการค้าขายหรือลดต้นทุนซึ่งกันและกัน ที่กล้าเขียนแบบนี้ เพราะว่าตามดูวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กบางแห่งโดยเฉพาะภาคเกษตรทำได้สำเร็จ โดยรัฐไม่ต้องไปยุ่งเลย เพียงแต่มันยังน้อยกลุ่มมาก จนไม่เกิดแรงกระเพื่อมให้สังคมเห็น วันนี้หลายแห่งผลิตเอง จำหน่ายเอง ส่งจำหน่ายข้ามกลุ่ม ข้ามประเทศ เกิดเงินหมุนเวียน และไม่พยายามเป็นหนี้ อยู่ในกรอบของเศรษฐกิจพอเพียง และเท่าที่ดูคือ ไม่ได้หวังร่ำรวยมาก แต่มีความสุขกับชีวิตสังคมสงบสุข พออยู่พอกิน
ผู้เขียนจึงมองมุมกลับว่าท่านมองข้ามรัฐได้เลย วันนี้มีโอกาสหลายอย่าง ยิ่งเล็กยิ่งปรับตัวเร็ว รายใหญ่ภาระสูง ต้นทุนสูง ตอนนี้มีอินเทอร์เน็ต บางกลุ่มส่งสินค้าขายข้ามชาติเองเรียบร้อย ไม่ผ่านคนกลาง การทำแพ็กเกจจิ้งก็เอาลูกหลานที่เรียนจบมาช่วย คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ภาษาไม่เป็นอุปสรรค อย่ามองว่าเรื่องเหล่านี้คือเรื่องเล็กๆ ท่านทำเองคนเดียวดูเหมือนเล็ก แต่ดูจากจำนวนของพวกท่านทั้งหมด รวมกันมันใหญ่มาก
อาจดีกว่าวิ่งเรียกร้องอะไร แล้วเสียความรู้สึกกลับไป เสียเวลา จงเชื่อมั่นในศักยภาพของท่าน และหาคนช่วยเหลือในสิ่งที่ท่านไม่ชำนาญ มหาวิทยาลัยใกล้บ้าน หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ไม่ต้องวิ่งเข้ากรุงเทพฯ หรอก จำไว้ว่าหลังวิกฤตปี 2540 ที่รุนแรงที่สุดของประเทศ คนช่วยชาติจริงๆ คือ SMEs เพราะรายใหญ่ล้ม ถ้าไม่มีการใช้จ่ายของท่านภายในประเทศที่เกิดจากการออมที่ท่านออม รายได้ภาคเกษตรมหาศาลจากค่าบาทอ่อน ประเทศไทยไม่ฟื้นเร็วขนาดนี้
ครั้งนี้อาจต่างกันหน่อย ตรงที่วิกฤตอาจมาอยู่ตรงหน้าท่าน แต่มันจะอยู่ตรงไหน ด้วยจำนวนคนมหาศาลขนาดนี้ พลังขนาดนี้ ท่านไปได้แน่ โดยไม่ต้องเรียกร้องอะไรจากใคร ถ้ารวมกลุ่มกันให้ติดอย่างจริงจัง และยืนให้ได้ระดับหนึ่งก่อน ทำด้วยความจริงใจต่อกัน และใช้สติ ใช้เทคโนโลยี ไม่ต้องหวังพึ่งใครมากเกินความจำเป็น จากนั้นค่อยเข้าหารัฐเป็นหมากสุดท้าย ทีนี้จะชกรัฐบ้าง ขัดใจรัฐบ้าง เรียกร้องต่อรอง รัฐจะฟังท่านแน่นอน ก็มีคนให้ข้อคิดว่า ให้ดูนักกีฬาไทย เล่นอะไรเดี่ยวๆ ได้ระดับโลกทุกอย่าง แต่พอเล่นทีมไปไหนไม่ได้ไกล ไม่เป็นไรหรอก คนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปแล้ว มาช่วยประเทศหน่อยเถอะ SMEs ทั้งหลายเป็นฮีโร่ของประเทศอีกทีเถอะครับ







